
ในขณะเดียวกัน เป็นทฤษฎีที่ใช้เหมือนกันเมื่อคุณกำลังเป็นฝ่ายพูดกับใครสักคน เมื่อคุณพูดก็ควรจะจับตามองผู้ฟัง ว่าพวกเขาตอบสนองในสิ่งที่คุณพูดอย่างไร หากเมื่อคุณเริ่มบทสนทนา ผู้ฟังมีการแสดงออกโดยการพยักหน้า รอยยิ้ม หรือแบฝ่ามือ นี่คือสิ่งที่กำลังจะบอกว่าผู้ฟังชอบในสิ่งที่คุณกำลังพูด แต่ถ้าพวกเขา กำฝ่ามือ มองหน้าไปทางอื่น ขมวดคิ้ว นั่นแปลว่าเขาไม่ได้สนใจในสิ่งที่คุณพูดแล้ว และถ้าหนักกว่านั้น สังเกตว่าหากผู้ฟังเริ่มมีอาการ ก้าวถอยหลัง เอามือถูต้นคอ นั่นเป็นสัญญาณว่าเขาอาจจะอยากจบบทสนทนาแค่นั้นแล้วเดินออกไป

สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีคนสอนหรือเข้าคอร์สแต่อย่างใด โดยปกติเราก็จะพอผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง แต่สำหรับหลายคนอาจจะลืมสังเกต จนทำให้การสนทนาในครั้งนั้นดูน่าเบื่อไปเลย และผู้ฟังเองก็คงจดจำในสิ่งที่คุณพูดหรือบอกไม่ได้ด้วยซ้ำไป หากคุณลองสังเกตอีกอากัปกิริยาหนึ่ง นั่นคือการที่ผู้ฟังของคุณ เอาปลายนิ้วทั้งห้าสองมือมาประสานกัน ไม่ว่าจะอยู่ในบทสนทนาเรื่องอะไร พวกเขากำลังแสดงออกว่า เขาอยู่เหนือคุณ การที่คุณเป็นคนช่างสังเกตในเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้คุณสามารถวางแผนได้ว่า จะสนทนาเรื่องอะไร จบบทสนทนาเมื่อไหร่ การแสดงออกของผู้ฟังแบบนี้จะรับมืออย่างไร ท้ายที่สุดแล้วจะทำให้คุณดูเป็นคนมีเสน่ห์และความน่าเชื่อถือ
อ้างอิงข้อมูลจาก How to talk to anyone โดย Leil Lowndes




