ผลที่เกิดขึ้นกับใบหน้าและปาก
การล้วงคออาเจียนก่อให้เกิดผลเสียดังนี้
1.ทำลายสุขภาพเหงือกและฟัน กรดจากกระเพาะอาหารจะเข้าทำลายเหงือกและฟัน ทำให้เกิดอาการเสียวฟันและฟันกร่อน
2.อาการแก้มบวม อาการนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคต่อมน้ำลายบวมที่เรียกว่า Siladenosis ที่เกิดจากการล้วงคอมากเกินไป
3.ตาแดง เส้นเลือดในตาแตก ในระหว่างที่ล้วงคอ
4.เสียงแหบ เพราะกรดเกินจากกระเพาะอาหารมีฤทธิ์ทำลายกล่องเสียงโดยตรง
5.ความผิดปกติอื่นๆทางช่องปาก เช่น เจ็บคอ ไอ คอบวม ซึ่งอาการทั้งหมดนี้เกิดจากกรดเกินในกระเพาะอาหารที่ไหลเข้ามาทางช่องปากในระหว่างล้วงคออาเจียน
ผลที่เกิดโดยตรงกับระบบการย่อย
ผู้ป่วยบูลิเมียมักประสบปัญหาทั้งกรดไหลย้อนและปวดท้องอย่างหนัก เพราะการล้วงคออาเจียนบ่อยๆทำให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ควบคุมหลอดอาหารอ่อนแอ และทำงานไม่เป็นปกติ จนทำให้มีกรดเกินไหลย้อนกลับขึ้นมายังลำคอและที่ปากได้ นอกจากนี้ยังมีโรคอื่นๆ ที่อาจตามมาอีกได้ ทั้งท้องเสีย กรดเกิน ลมเยอะ และอาการท้องผูก
ในขั้นรุนแรง ผู้ป่วยจะเริ่มอาเจียนเป็นเลือด ซึ่งการอาเจียนเป็นเลือดนี้ เกิดจากการฉีกขาดบริเวณหลอดอาหาร จนทำให้มีเลือดออกมา และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ ในผู้ป่วยบางราย อาจพบว่ามีอาการเลือดออกที่บริเวณทวารหนัก เป็นสาเหตุของโรคริดสีดวงทวารอีกด้วย
ไม่ใช่เฉพาะการล้วงคออาเจียนทางปากเท่านั้น ผู้ป่วยบางคนเลือกใช้ยาระบาย หรือยาขับปัสสาวะร่วมด้วยเพื่อให้น้ำหนักตัวลด ยาเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดปัญหาในระบบการย่อยเช่นกัน หากใช้ไปนานๆ จะทำให้ระบบขับถ่ายมีปัญหา ไม่สามารถขับถ่ายเองได้ ในบางรายอาจทำให้ร่างกายมีอาการขาดน้ำ ทำลายระบบไต จนอาจทำให้ไตล้มเหลวได้
กระทั่งการได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอในแต่ละวัน อาจส่งผลให้ร่างกายมีอาการต่างๆทั้ง หัวใจเต้นไม่ปกติ ช้าเกินไป ความดันต่ำ และอุณหภูมิร่างกายไม่ปกติ ไม่คงที่

ผลที่เกิดต่อสุขภาพจิตใจ
หากจะกล่าวว่า โรคบูลิเมียนี้ คือโรคที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจิตใจก็คงจะไม่ผิดนัก ทั้งความรู้สึกผิด อับอาย ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ รวมถึงความรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างของตนเอง ไม่อยากให้ใครมาวิพากษ์วิจารณ์รูปร่างของตนเอง การต้องเก็บงำเรื่องราวเหล่านี้ไว้ก่อให้เกิดความเครียดอย่างมาก และอาจลามไปจนถึงภาวะซึมเศร้าได้
อาการทางจิตใจของผู้ป่วยมีทั้ง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เกิดความคิดแง่ลบ และการกระทำเชิงลบต่างๆ หมกมุ่นกับการกิน จนถึงการแบ่งแยกตนเองออกจากสังคม ไม่อยากร่วมโต๊ะอาหารกับผู้อื่น ทำร้ายตนเอง พฤติกรรมหุนหันพลันแล่น และขาดความมั่นใจในตนเอง จนถึงขั้นไม่มีความมั่นใจในตนเองไปเลย
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้บูลิเมียจะเป็นโรคร้ายแรงที่มีผลต่อทั้งทางร่างกายและจิตใจ หากแต่โรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยการเข้าพบแพทย์อย่างจริงจัง โดยต้องอาศัยการรักษาทั้งการรับประทาน ร่วมด้วยการรักษาจากจิตแพทบ์ควบคู่ไปด้วยกัน และอาจต้องใช้เวลานานในการรักษา
อ้างอิงจาก https://www.medicalnewstoday.com/articles/322853.php




