
แต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะล่าสุดมีการค้นพบว่าผู้เป็นมะเร็งผิวหนังอาจลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้มากถึงร้อยละ 92 ซึ่งยังเป็นผลการศึกษาที่ใหม่อยู่ ถึงแม้ว่ายังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเพราะอะไรถึงมีเกี่ยวโยงระหว่างความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ที่น้อยกว่าในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง ซึ่งบางทีอาจมีทั้งปัจจัยจากทางระบบประสาท และชีววิทยา นักวิจัยได้ใช้ข้อมูลจากผู้ป่วย 82,925 รายที่มีอายุระหว่าง 60 ถึง 88 ปีและไม่มีโรคมะเร็งผิวหนัง หรือโรคอัลไซเมอร์ในช่วงเริ่มต้นของการศึกษา ของผู้ป่วยเหล่านี้ 1,147 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกมะเร็งในระยะหลัง ๆ และมีเพียง 5 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ในภายหลัง จากจำนวน 2,506 รายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเซลล์ต้นกำเนิดมีเพียง 5 คนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ และ 967 คน ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่มีเพียง 1 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ในภายหลัง

แม้ว่างานวิจัยในอดีตจะพบว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบประสาท และการวินิจฉัยโรคมะเร็งการศึกษาครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พบว่าการเชื่อมโยงนี้ยังมีอยู่ในผู้ป่วยที่มีเนื้องอกในมะเร็ง จากผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกในมะเร็งมีความเสี่ยงร้อยละ 61 ในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ ความเสี่ยงลดลงแม้จะสูงขึ้นสำหรับบางประเภทของโรคมะเร็งผิวหนัง ยกตัวอย่างเช่นผู้ที่เป็นมะเร็งเซลล์ต้นกำเนิดมีโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์น้อยกว่าร้อยละ 82 และผู้ที่เป็นมะเร็งเนื้อร้ายมีแนวโน้มที่จะพัฒนาโรคอัลไซเมอร์ได้น้อยกว่าร้อยละ 92

การเชื่อมโยงระหว่างการวินิจฉัยโรคมะเร็งและความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ลดลงไม่ใช่เรื่องใหม่ การศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2560 เกี่ยวกับทหารผ่านศึกเพศชายส่วนใหญ่กว่า 3 ล้านคนพบว่าผู้รอดชีวิตจากมะเร็งมีแนวโน้มที่จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์น้อยลงในขณะที่การศึกษาในปี 2017 ชี้ว่าการรักษาโรคมะเร็งอาจเป็นสาเหตุของความเสี่ยงที่ลดลงนี้ ทางด้านนักวิทยาศาสตร์ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าทำไมการวินิจฉัยโรคมะเร็งจึงมีผลต่อความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ อย่างไรก็ตามนักวิจัยในการศึกษาล่าสุดหวังว่าข้อมูลใหม่เกี่ยวกับโรคมะเร็งเนื้องอกที่เป็นมะเร็งและโรคอัลไซเมอร์จะช่วยให้พวกเขาตรวจสอบความเชื่อมโยงลึกลับนี้ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจาก
www.newsweek.com
www.bangkokhospital.com
www.foodforheath.com




