ON LOOKER

คน(รักษ์)โลก

22 ม.ค. 2562
ก้าวเข้าสู่ ต้นทางของเดือนแห่งความรัก เราต่างรักคนที่เป็นของเรา รักคนที่เขารักเรา เรารักผู้คน รักสัตว์เลี้ยง แต่เราทั้งหมดอาจลืมบางอย่างไป ยกตัวอย่างเช่น โลก เราลืมไปหรือเปล่า ว่าปากเราบอกว่าเรารักโลก เรารักษ์โลก แต่ถ้านี่คือความรักจริงระหว่างเรากับโลก ทำไมนับวันรักของเรามันช่างจืดจาง…

จากเทรนด์ แฮชแทค #10 year challenge กันเต็มหน้า Feed Facebook ขนาดนี้ อดคิดไม่ได้ว่าผู้คนต่างย้อน 10 ปีนำรูปเก่าตัวเอง มาแปะคู่กับรูปปัจจุบันใน 10 ปีต่อมา และภาคภูมิใจที่จะ Represent ความเป็นเรากันออกมา แต่มันจะสนุกไม่ออกหากเรา นำภาพวัยเยาว์ของโลกในสมัยก่อน กับ 10 ปีต่อมา มาเปรียบเทียบกัน จะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าอาจจะไม่มีใครคาด เพราะเรามัวแต่รักตัวเอง จนลืมคนข้างหลังอย่าง “โลก”

#10 year challenge คือชาเล้นจ์โพสต์ภาพคุณเองเมื่อปี 2009 คู่กับภาพในปัจจุบัน เพื่อให้คุณได้สังเกตตัวเองว่า คุณเปลี่ยนไปแค่ไหน ผู้คนหลายล้านคนเข้าร่วมชาเล้นจ์นี้ แต่ในความเป็นจริง ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำตามๆกัน แต่กลับมีคนบางกลุ่มให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการกระทำที่ หลงตัวเอง เหยียดเพศ และเหยียดวัย แต่ตอนนี้เริ่มมีผู้คนหลายกลุ่มที่ใช้แฮชแทคนี้ เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่า การเปลี่ยนแปลงนี้คือ “การเปลี่ยนแปลงของโลก”

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ เมซุต เออร์ซิล ได้ทวิตภาพเปรียบเทียบธารน้ำแข็ง ในช่วงปี 2008 และ 2018 เผยให้เห็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ทางซ้ายมือ และขนาดที่เล็กลงกว่ามากทางด้านขวา ภาพทางด้านซ้ายมือ ที่น้ำแข็งนั้นถูกเรียกว่า Getz Ice Shelf ตั้งอยู่ที่แอนตาร์กติกา ซึ่งความจริงแล้วถูกถ่ายไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ไม่ใช่ปี 2018 แต่ก็ยังคงแสดงให้เห็นปัญหาใหญ่ นั่นคือ น้ำแข็งกำลังละลาย ข้อมูลจากนาซ่า แอนตาร์กติกากำลังมีปริมาณน้ำแข็งที่ละลายไปกว่า 127 กิ๊กกะตันในแต่ละปี ในขณะที่ประเทศกรีนแลนด์สูญเสียน้ำแข็งไปราว 286 กิ๊กกะตันในทุกๆปี



ทางนาซ่าระบุไว้ว่า อุณหภูมิโดยเฉลี่ยทั่วทั้งโลกมันสูงขึ้น 0.9 องศาเซลเซียส มหาสมุทรดูดซับความร้อน โดยอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นราวหนึ่งในสามของจำนวนดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี่เอง นักสิ่งแวดล้อมก็ต่างออกมาสนับสนุนและใช้แฮชแทคนี้ เพื่อเน้นย้ำให้คนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ อีกฝั่งทางด้านปัญหามลพิษจากพลาสติก ก็ถูกนำมาอยู่ในแฮชแทคนี้ด้วย นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ในแต่ละปีมีขยะพลาสติกกว่าสิบล้านตันปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งใช้เวลาเป็นหลายร้อยปีจึงจะย่อยสลายได้หมด เหล่านักรณรงค์เลยใช้แฮชแทค #10 year challenge เพื่อแสดงให้เห็นถึงปัญหานี้ในเชิงว่า สิบปีผ่านไปเราเองที่เปลี่ยน แต่ผ่านมานานขนาดนี้พลาสติกขยะพวกนั้นอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง กับอีกช่วงเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ปี 2010 พ่อค้าแผงลอยในประเทศตูนิเซีย ชื่อ โมฮัมเหม็ด บัวซีซี ปฏิเสธเรื่องสินบนกับเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่น ทางการจึงยึดรถขายของของเขาไป และกลับถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมใดๆ เขาจึงได้จุดไฝเผาตัวเอง การกระทำที่ผ่านมาไม่ถึงสิบปี ตอกย้ำให้เกิดสิ่งที่เรียกกันว่า อาหรับสปริง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทางตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ มีทั้งสงครามกลางเมือง ผู้ลี้ภัย และเป็นบันทึกสูงสุดในประวัติกาลว่า ผู้คนต้องละทิ้งบ้านเรือนตัวเอง เลยได้มีผู้ใช้โซเชี่ยลรายหนึ่งโพสต์ภาพสื่อเปรียบเทียบ ซิเรีย ลิเบีย และอิรัก ในอดีตและปัจจุบัน ระหว่างสภาพความสวยงามของบ้านเรือนและท้องถนน กับ ภาพตึกราบ้านช่องที่พังถล่ม แต่มันคือสถานที่เดียวกัน
 




แต่ไม่ว่าอย่างไร โลกก็เหมือนผู้หญิง ถ้าไม่ดูแลและรักจริงๆ เธอก็ไป ความทรุดโทรมของเธอ ก็เกิดมาจากน้ำมือของเราเอง มันอาจถึงเวลาแล้วหรือเปล่า ที่ปีนี้และปีต่อไปเราจะหันมาให้กุหลาบและรักโลกให้มากขึ้น

ข้อมูลจาก : https://www.bbc.com/news/world-46918799
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผ่าตัดคลอดได้เพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิจัยเร่งค้นหาเหตุผล
ผู้ป่วยโรงพยาบาล Gosport War Memorial Hospital กว่า 450 คน เสียชีวิตหลังจากที่ทานยาแก้ปวดของโรงพยาบาลเข้าไป