ON LOOKER

การค้นพบสุดสะพรึง…แพนกวินปีศาจ

16 ส.ค. 2562
ในช่วงหลังๆมานี้นั้น การค้นพบซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์ หรือการเปิดเผยการค้นพบหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มนุษย์โลกอาจไม่เคยรู้มาก่อน เริ่มมีมากขึ้น จากยุคก่อนที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีของมนุษย์ยังไม่ทันสมัยเท่ายุคปัจจุบัน การคาดคะเนหรือสันนิษฐานในยุคนั้นกับปัจจุบันก็ย่อมแตกต่างกันแน่นอน ยิ่งเป็นยุคปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถทำให้เราพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันได้ชัดเจนขึ้นว่า หลักฐานที่มีอยู่ในมือเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์นิวซีแลนด์มีการเปิดเผยล่าสุดว่า ค้นพบสัตว์ดึกดำบรรพ์สายพันธุ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน แต่มีขนาดยักษ์ตัวเท่ากับมนุษย์เราคนหนึ่ง



มีการค้นพบตะลึงโลก คือเป็นฟอสซิลของแพนกวิน ซึ่งปกติเราจะเห็นแพนกวิน ขนาดเล็กน่ารักตามสารคดีหรือสวนสัตว์ แต่ใครจะไปคิดว่าโลกเราในยุคก่อนแพนกวินเคยตัวเท่าเรา หรือแท้จริงแพนกวินมีหลายสายพันธุ์ แต่สำหรับสายพันธุ์ที่พวกเขาพบนั้น ตัวมันสูงถึง ราว 160 เซนติเมตร มีน้ำหนักถึง 80 กิโล นั่นคือมนุษย์คนหนึ่งเลยนะ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการค้นพบซากฟอสซิลของแพนกวินขนาดยักษ์อยู่หลายชิ้นส่วน และจากการตรวจสอบพบว่าแพนกวินยักษ์เหล่านี้อาจจะอาศัยอยู่บนโลกของเราเมื่อราว 66 ล้านปีก่อน
ทางพิพิธภัณฑ์นิวซีแลนด์แห่งนี้ได้มีการเรียกชื่อย่อของแพนกวินสายพันธุ์ยักษ์นี้ว่า แพนกวินปีศาจ เป็นชนิดสายพันธุ์ใหม่ที่ส่วนใหญ่จะพบทางซีกโลกใต้เท่านั้น แต่ก็ยังมีแพนกวินยักษ์บางสายพันธุ์ที่ถูกพบแถบแอนตาร์กติกา ก็เป็นเรื่องน่าทึ่งของวงการนักสำรวจฟอสซิลมาแล้ว

แพนกวินยักษ์ลักษณะเป็นเช่นไร?

ตั้งแต่วงการวิทยาศาสตร์มีการค้นพบมา สำหรับแพนกวิน แพนกวินปีศาจนี้ที่พวกเขาพบถือว่าขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เผ่าพันธุ์แพนกวินปีศาจขึ้นแท่นครองโลกแทนตำแหน่งแชมป์เก่า อย่างไดโนเสาร์และจำพวกสัตว์เลื้อยคลานยักษ์ในยุคนั้นที่เมื่อสูญพันธุ์ไป แพนกวินปีศาจก็วิวัฒน์ตัวเองและถือกำเนิดทันทีหลังจากนั้น ตีว่าราว 30 ล้านปีหลังจากยุคไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปจากโลก ยุคของแพนกวินปีศาจก็เริ่มมาและกลุ่มแพนกวินปีศาจนี้จะครองพื้นที่ตามแถบซีกโลกใต้ทั้งนั้น และข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจ กล่าวคือ เขาบอกเอาไว้ว่า แพนกวินในยุคนั้นอาจจะเดินมากกว่าแพนกวินยุคนี้ที่ว่ายน้ำเป็นส่วนใหญ่ มีการตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เหตุที่สัตว์แถบนิวซีแลนด์ในยุคนั้นมีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะเรื่องของอุณหภูมิน้ำทะเลนิวซีแลนด์ จากเมื่อก่อนอุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์อบอุ่น แต่ปัจจุบันอุณหภูมิในแถบนี้เย็นยะเยือกราว 8 องศาเซลเซียส

พวกเขาให้ข้อมูลว่าในยุคนั้นผืนดินนิวซีแลนด์ยังคงติดอยู่กับผืนดินออสเตรเลียและเชื่อมกับแอนตาร์กติกา น่านน้ำแทบนี้ ในยุคเฟื่องฟูของแพนกวินปีศาจยังไม่มีคู่แข่งพวกมันสักเท่าไหร่ กล่าวคือ ให้นึกภาพแพนกวินปีศาจเป็นสัตว์ผู้ล่าในห่วงโซ่อาหาร และมันก็ไม่มีคู่แข่งเลยในตอนนั้น แต่สาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้และชัดเจนที่สุดสำหรับการสูญพันธุ์ล้มหายตายจากโลกนี้ไปของแพนกวินปีศาจ คือ มันเริ่มมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในท้องทะเลมีวิวัฒนาการเกิดขึ้นมามากมายหลายล้านปีต่อมา ไม่ว่าจะเป็นวาฬยักษ์,แมวน้ำ และอาจเป็นเหตุของการแย่งอาหารในห่วงโซ่, การต่อสู้ อาจเป็นผลทำให้แพนกวินปีศาจจากโลกเราไปทิ้งเหลือเพียงซากฟอสซิลให้มนุษย์มาค้นพบในที่สุด
ลองคิดภาพตามเล่นๆว่าหากสัตว์ในยุคนั้นไม่มีวิวัฒนาการใดๆ และยังคงเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดยักษ์ที่ยังคงอาศัยมาจนถึงยุครุ่งเรืองของมนุษย์ในปัจจุบัน แล้วมนุษย์จะอยู่ส่วนไหนของห่วงโซ่อาหาร และมนุษย์หรือสัตว์ดึกดำบรรพ์ยักษ์กันแน่ ที่จะเป็นผู้ล่าบนห่วงโซ่อาหารสูงสุด?

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.bbc.com/news/world-asia-49340715
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เคล็ดไม่ลับที่จะแนะนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือวัตถุมงคลให้ตรงกับวันเกิดของคุณ เพื่อความโชคดีและประสบความสำเร็จในชีวิต
เจ้าพ่อแห่งเทคโนโลยี อีลอน มัสก์ ทำนายทิศทางความน่าจะเป็นของอนาคตโลก