ON LOOKER

ใครบอกกินพิซซ่าแล้วไม่อ้วน

17 ธ.ค. 2562
นับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลปีใหม่กันในไม่ช้านี้ หลายครอบครัวเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเอง หลายคนเตรียมฉลองกับการสังสรรค์และการเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าพร้อมอาหารหลากหลายอีกชุดใหญ่ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทานอาหารแบบไม่ระมัดระวังและไม่เคยประเมินค่าของแคลลอรี่ที่ทานเข้าไป ก็เตรียมตัวนับถอยหลังสู่เทศกาลลดน้ำหนักหลังปีใหม่ที่แสนจะยากเย็นได้เลย



หากลองนึกภาพตาม หนึ่งของขวัญในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ เห็นบ่อยที่สุดเลยคือ ช็อกโกแลต เทียบค่าหากคุณทานช็อกโกแลตเข้าไปแท่งหนึ่ง คุณจะต้องคาดิโอด้วยการวิ่ง เกือบครึ่งชั่วโมงจึงจะเผาผลาญช็อกโกแลตแท่งนั้นหมด และหากว่าเสียงส่วนใหญ่โหวตให้ฟาสฟู๊ดยอดนิยมอย่างพิซซ่าเป็นอาหารจานหลักทั้งช่วงเทศกาลและนอกเทศกาล เตรียมใจยอมรับหลังความอร่อยได้เลยว่า คุณอาจต้องใช้เวลาทั้งหมด 4 ชั่วโมงในการเผาผลาญพิซซ่าสุดโปรดนั้นให้หมดไปได้



แต่มีงานวิจัยบอกไว้ว่าฉลากข้างขวด หรือฉลากข้างกล่องบอกปริมาณแคลลอรี่ของอาหารที่จัดจำหน่าย จะส่งผลให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความจำเป็นในการนำปริมาณแคลลอรี่เข้าไปในร่างกายได้เมื่อได้อ่านมัน และจะช่วยให้คนลดการนำแคลลอรี่เข้าสู่ร่างกายคิดเป็น 200 แคลต่อวันโดยเฉลี่ย แต่สิ่งที่น่าชื่นชมอย่างหนึ่งคือ ต้องให้เครดิตทางประเทศอังกฤษที่เขาได้วิจัยและคิดค้นวิธีการที่จะทำให้คนสามารถมีความตระหนักชั่งใจคิดได้มากขึ้นในการเลือกสรรทานอาหารต่างๆ ด้วยการให้ข้อมูลปริมาณแคลลอรี่อาหารแต่ละตัวและระบุผ่านฉลากว่า หากคุณกินอาหารตัวนี้เข้าไป คุณจะต้องออกกำลังกายอย่างไร รูปแบบไหน จึงจะเผาผลาญอาหารที่คุณทานเข้าไปได้ นี่ทำให้พวกเขาคิดว่า มันจะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้คนตระหนักมากขึ้นและทางประเทศอังกฤษก็อยากให้คนหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้นเนื่องจากมีคนอ้วนกว่า 2 ใน 3 ในอังกฤษ

เป็นเรื่องจริงที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจเรื่องค่าของแคลลอรี่กันมากนัก แต่ถ้ามีบางสิ่งมากระตุ้น เชื่อว่าหลายคนต้องตกใจไปตามๆกัน เช่น ถ้าจะบอกว่า มัฟฟิ้นชิ้นเดียวมีแคลลอรี่ทั้งหมด 500 แคล นั่นแปลว่าคุณจะต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการนำมันออกจากร่างกายจนหมด ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยง คุณจะเอาเวลาเป็นชั่วโมงเพื่อเอาแคลจากการกินช็อกโกแลตไปแค่ชิ้นเดียวหรือไม่? ลองคิดดู

ในยุคนี้มันไม่ใช่เรื่องของการต้องมาอดอาหารเพื่อลดความอ้วน หรือ มาควบคุมปริมาณอาหารที่กินเข้าไป สิ่งเหล่านี้มันเป็นความคิดที่ล้าหลังไปเสียแล้ว มันสำคัญที่ว่าคุณควรจะรู้และดูให้เป็นว่าอาหารที่คุณทานเข้าไปแต่ละอย่างมันมีปริมาณแคลลอรี่เท่าไหร่ และการที่คุณมาหักโหมเอาภายหลัง เพราะคิดว่าการออกกำลังกายหนักๆจะทำให้ผอมและขจัดอาหารเสี่ยงอ้วนที่ทานเข้าไปได้ มันจำเป็นมากกว่าที่จะรู้จักคำนวณแคลลอรี่และเลือกออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.bbc.com/news/health-50711652
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
รู้ยังผู้ที่กิน esketamine จะมีความคิดลดลง และส่งผลให้ผู้ป่วยซึมเศร้าลดอาการป่วยได้
อะซาอิเบอร์รี่ หรือ อะโวคาโด ต้องหลบไปก่อน เทรนด์อาหารปี 2019 มาแล้ว! รีบอ่าน รีบไปลองกิน ก่อนใครจะหาว่าคุณเอ้าท์