ON LOOKER

DNA ฉลามรักษาโรคมะเร็ง

5 มี.ค. 2562
ล่าสุด ผลวิจัยเผยว่า ดีเอ็นเอจากฉลามสามารถรักษาโรคมะเร็งและโรคชราในมนุษย์ได้ จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นตอนนี้พบว่า Great White Shark หรือในชื่อฉลามขาว พวกมันมีชีวิตที่ยืนยาวมาก เพราะเนื่องจากมันมีวิวัฒนาการทางพันธุกรรมที่ช่วยปกป้องพวกมันจากโรคมะเร็ง รวมถึงโรคแทรกซ้อนอื่นๆ แม้กระทั่งความชรา แน่นอนว่าที่เหนือความคาดหมายไปกว่านั้น คือการค้นพบเหล่านี้ สามารถนำไปสู่หนทางที่ดีในการรักษาโรคในมนุษย์ต่อไปได้



นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโนวา เซาท์อีสเทิร์น รัฐฟอลริดา อเมริกา จับมือกับนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งหมดของฉลามขาวซึ่งสำเร็จเป็นครั้งแรก และจากนั้นจึงนำไปเปรียบเทียบกับจีโนมของสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดอื่น รวมถึงวาฬและมนุษย์ อ้างอิงจากวารสาร Proceedings of the National Academy of sciences พบว่าฉลามขาวมีจีโนมใหญ่กว่ามนุษย์ 1.5 เท่า มีการ “คัดเลือกตามธรรมชาติ” ในยีนส์หลายตัวซึ่งเป็นตัวการสำคัญทำให้จีโนมเสถียร และทนต่อความเสียหายในชนิดที่มนุษย์ยังไม่สามารถทำได้ แต่กลับกัน จีโนมที่ไม่ค่อยเสถียรในมนุษย์นั้น ทำให้เราทั้งหลายเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคต่างๆ เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลง และโรคมะเร็ง หนึ่งในหัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า “ความไม่เสถียรของจีโนมนั้นคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์พานพบแต่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ แต่กลับกัน ยีนส์ในฉลามขาวกลับมีความเสถียรของจีโนมอย่างมาก อีกทั้งยังมีความสมบูรณ์อีกด้วย จีโนมในฉลามขาวมียีนส์ตัวหนึ่งที่ถูกเรียกว่า “ยีนส์กระโดษ” (Jumping Genes) เป็นหน่วยพันธุกรรมที่สามารถเคลื่อนที่ได้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้จีโนมในฉลามขาวมีความเสถียรนั่นเอง

โดยปกติอุปนิสัยส่วนตัวของฉลามขาวนั้นมีการปรับตัวเชิงวิวัฒนาการที่น่าประหลาดใจมาก ในเรื่องการรักษาบาดแผลของตัวเอง โดยปกติเราจะพบเห็นกันแต่ในภาพยนตร์เท่านั้น ที่ไม่ว่าเหล่าฮีโร่หรือจอมวายร้ายมีบาดแผลมากขนาดไหน แต่ส่วนใหญ่สามารถรักษาเยียวบาดแผลได้ด้วยตัวเองทั้งนั้น เช่นเดียวกันกับในฉลามขาวมียีนส์ที่ทำให้เลือดแข็งตัว ทำให้ร่างกายของฉลามขาวสามารถเยียวยาตัวเองได้ แม้จะบาดเจ็บสาหัสก็ตาม


           
เกร็ดความรู้
ฉลามขาวเป็นสัตว์ประเภทกินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีอายุขัยอาศัยอยู่ในโลกราว 16 ล้านปี มีขนาดยาวได้มากถึง 6 เมตรหากโตเต็มไว และมีน้ำหนักมากสูงสุดถึง 3 ตัน

อ้างอิง : https://www.bbc.com/news/newsbeat-47291697
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
5 วิธีเพิ่มความมั่นใจ และเพิ่มแรงต้านทานต่อสิ่งกดดันรอบตัวให้ได้มากขึ้น
ถ้าคุณอายุ30+ ลองดูเด็กรอบข้างตัวคุณว่าแตกต่างจากสมัยเราแค่ไหน?