ON LOOKER

Bipolar : “มะเร็งดื้อยา” นักฆ่าผู้ป่วยโรคมะเร็ง

22 พ.ค. 2562
มะเร็ง คือโรคหนึ่งที่หลายฝ่ายมุ่งคิดค้นและวิจัยแนวทางการรักษาให้หายขาดมาอย่างยาวนาน มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว และยังคงเป็นโรคเดียวที่นักวิจัยต่างต้องทำงานหนักกันมากขึ้น เพื่อที่จะยับยั้งโรคร้ายนี้ให้กลุ่มคนสุ่มเสี่ยงหรือมีแนวทางการรักษาที่ดีกว่ายุคที่ผ่านๆมา แต่เมื่อไม่นานมานี้มีหนึ่งในข่าวดีระดับโลกที่สถาบันวิจัยมะเร็งของประเทศอังกฤษ ไม่ยอมแพ้และขอตั้งเป้าคิดค้นวิธีรักษามะเร็งดื้อยาให้สำเร็จ โดยใช้เวลา 10 ปีต่อจากนี้



Institute of Cancer Research หรือสถาบันวิจัยโรคมะเร็งประเทศอังกฤษ มีแผนโครงการจะใช้เงินทุนกว่า 3 พันล้านบาท เพื่อค้นคว้าและคาดหวังความสำเร็จจากยาตัวใหม่ที่จะช่วยให้มะเร็งเลิกดื้อยา ศาตราจารย์ พอล เวิร์คแมน สถาบันวิจัยมะเร็ง ได้สรุปภาวะดื้อยาสั้นๆเอาไว้ว่า “เป็นภาวะอุปสรรคสำคัญในระหว่างการรักษามะเร็ง และเป็นผลทำให้การรักษาแบบเคมีบำบัด (คีโม) ไม่สำเร็จในบางครั้ง” สถาบันวิจัยมะเร็งเลยเปลี่ยนแนวทางในการรับมือเน้นไปที่การประเมินวิวัฒนาการของเซลล์มะเร็ง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะดื้อยา ทั้งนี้ทั้งนั้นสถาบันวิจัยยังคงต้องการที่จะระดมทุนให้ได้อีกราว 6 แสนบาท เพื่อให้ความตั้งใจที่จะสร้างศูนย์คิดค้นยารักษาแห่งใหม่ ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน และคาดการณ์กันว่าจะมีการมองหานักวิทยาศาสตร์จากหลากหลายสาขา/แขนง กว่า 300 คน เพื่อดึงเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ 
 


มะเร็งแต่ละชนิดนั้นมีวิวัฒนาการอยู่ตลอด และเมื่อใดก็ตามที่ก้อนเนื้อร้ายนี้ปรับตัวและสามารถทนทานต่อการรักษาก็เป็นผลทำให้คนไข้อาการทรุดลงไปอีก สิ่งสำคัญที่สถาบันวิจัยมะเร็งกำลังทำในตอนนี้ คือใช้แนวคิดในการที่จะหยุดยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ส่วนอีกทางก็ต้องหาทางให้ตัวมะเร็งแพ้ยาที่ใช้รักษาให้ได้ หรืออาจจะผสมผสานทั้งสองทางเข้าด้วยกัน ทางด้านด็อกเตอร์ แอนเดรีย ซอตโตริวา รองผู้อำนวยการฝ่ายวิวัฒนาการประจำศูนย์คิดค้นยารักษามะเร็งแห่งใหม่ ยืนยันว่า นอกจากที่เราจะมุ่งหน้าวิจัยและทดลองกับสองวิธีดังกล่าวแล้ว นักวิทยาศาสตร์ต่างให้ความสนใจและพุ่งเป้าไปที่อีกแนวคิดที่พอจะมีแนวทางเป็นไปได้ คือการใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัยมะเร็ง โดยการใช้ AI เพื่อประเมินวิวัฒนาการและการตอบสนองต่อการรักษาเนื้อร้ายนี้

ยาตัวใหม่ที่จะใช้รักษานั้นเป็นยาตัวใหม่ที่คิดค้นขึ้นเพื่อหยุดยั้งการทำงานของโปรตีน “อะโพแบค” เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันที่มะเร็งหลายตัวต่างโจมตี และก้าวเข้าสู่วิวัฒนาการการดื้อยาในที่สุด แต่กว่าที่ยาตัวนี้จะผ่านการทดลองในห้องแลป และจริงๆแล้วการจะทดลองในมนุษย์ควรใช้เวลาอย่างน้อยคือ 10 ปี แต่ทุกคนในทีมต่างมีเป้าหมายเดียวกันและเชื่อว่า พวกเขาจะค้นพบเข้ากับวิธีที่ทำให้มะเร็งกลายเป็นโรคทั่วไปที่สามารถรักษาได้ในระยะยาวรวมถึงสามารถทำให้มีโอกาสหายขาดได้มากขึ้นก็ยิ่งดี เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และทำให้มะเร็งอาจเป็นโรคปกติที่มนุษย์สามารถรักษาให้หายขาดได้

อ้างอิง https://www.bbc.com/news/health-48290757
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เมื่อกินเฟรนฟรายมากเกินไป ส่งผลให้ป่วยเป็นโรคเส้นประสาทตาเสื่อม
ถ้าหากเราขยับความสะดวกสบายไปอีกขั้น เสมือนยกห้องนอนส่วนตัวมาไว้บนเครื่องบิน ก็คงจะดีไม่น้อย