ON LOOKER

Bipolar : “Scar” กรีดเนื้อแล่หนังเพื่อความงาม

10 เม.ย. 2562
วลีเด็ดที่ว่าความสวยงามย่อมต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด ก็คงจริงเมื่องานสักเป็นที่นิยมมากขึ้นและผู้เสพศิลปะชนิดนี้ก็ต้องทนเจ็บและรักษาแผลสักเพื่องานที่งดงาม คงไม่แปลกนักหากรอยสักแรกของคุณจะแลกมาด้วยความเจ็บปวดกับการใช้เครื่องสักปกติ ในขณะที่มีแนวการสักเกิดขึ้นใหม่หนึ่งในนั้นคือวิธีการสักสุดขั้ว โดยการใช้วิธีกรีด, แล่ ผิวหนังออกสดๆเพื่อให้เกิดแผลเป็นนูนตามแบบการสัก เราเรียกมันว่า “สการ์ Scarification”



การสักแบบ สการ์ Scarification เป็นวิธีการสักที่เจ็บกว่าการสักแบบปกติหลายสิบเท่า มีต้นกำเนิดมาจากเผ่าแอฟริกากลาง, สวีเดน, อังกฤษ รวมไปถึงกลุ่มคนพื้นเมืองสแกนดิเนเวีย เป็นวิธีการสักที่มีมานาน สำหรับผู้ที่ชื่นชมศิลปะชนิดนี้ให้เหตุผลว่านี่อาจเป็นการหลีกหนีความจำเจทางศิลปะบนเรือนร่าง บ้างก็อาจไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่าอันตรายและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
 


สการ์ สำหรับเมืองไทยนั้นเริ่มมีให้เห็นบ้าง โดยการสักด้วยวิธีนี้จำเป็นจะต้องสอบประวัติและความมั่นใจ เนื่องด้วยการสักวิธีนี้ไม่สามารถจะลบได้เลยไม่ว่ากรณีใดๆ ซึ่งก็จะเป็นลวดลายแผลเป็นติดตัวอยู่เช่นนั้น อย่างในไทยจะนิยมใช้พื้นที่ในการกรีดเป็นส่วนหัวไหล่และหน้าท้อง และแบบที่นิยมกรีดมากที่สุดคือ ดาวขนาดเล็กสุดประมาณ 1 เซนติเมตร และจำเป็นอย่างยิ่งที่ก่อนการสักคุณจะต้องงดการดื่มแอลกอฮอล์และงดเที่ยวอย่างเด็ดขาด เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการกรีดจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหมดเช่น มีดผ่าตัดปลายแหลม ส่วนเรื่องของการสร้างแบบลายสัก โดยส่วนมากช่างสักแนวสการ์จะไม่ได้ทำตามแบบในอินเทอร์เน็ต แต่แบบจะอยู่ในหัวของอาร์ตติสอยู่แล้ว ช่วงอายุวัยที่เหมาะสมที่สุดในการทำสการ์คือ 20 ถึง 30 ปี เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่กล้ามเนื้อไม่มีการเปลี่ยนแปลง การกรีดมีดลงบนผิวหนังนั้นจะต้องดำเนินการให้เบาที่สุด ไม่ควรกรีดลงไปจากผิวหนังชั้นบนให้ลึกมาก การกรีดลึกลงไปเสี่ยงที่ปลายแหลมคมของมีดผ่าตัดจะไปโดนเส้นเลือด การใช้เวลาในการทำขึ้นอยู่กับความยากง่ายของลายแต่เริ่มต้นที่ 1 ชั่วโมงเป็นต้นไป และยังคงมีราคาค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร

เมื่อกระแสของการกรีดสการ์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นทั้งในไทยและต่างประเทศ และหลั่งไหล่กันไปกรีดเนื้อเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกๆเดือน แต่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ เพราะแพทย์ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงการสักประเภทนี้เช่นเดียวกันว่า หากใครคิดจะกรีดเนื้อทำสการ์มีข้อควรระวังอยู่สองข้อหลักๆ คือ

1.ระวังการเสียเลือด
เพราะการสักแบบนี้ไม่ใช่เป็นการใช้เข็มสัก แต่เป็นการใช้มีดกรีดเนื้อออก ในรายที่เลือดออกเยอะไม่ควรทำ รวมถึงผู้ป่วยที่ทานยาละลายลิ่มเลือด แอสไพริน วิตามินอี เสี่ยงทำให้เลือดไหลไม่หยุด

2.การสการ์เป็นผลทำให้มีแผลค่อนข้างเยอะ
ดังนั้นสถานที่ในการทำสการ์จะต้องมีความใกล้เคียงกับห้องผ่าตัดที่มีการปลอดเชื้ออย่างจริงจัง ตัวอาร์ตติสเองจะต้องมีความรู้เรื่องเทคนิคการปฏิบัติเพื่อให้เครื่องมือปลอดเชื้อ

บางคนอาจยังมีความเข้าใจผิดเรื่องของการสัก ว่างานสักนั้นความสวยมาจากช่างสัก 80-100% แต่ในความเป็นจริง ช่างสักมีผลแค่ 20% แต่งานสักคุณจะรุ่งหรือร่วงได้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาแผลสักอีก 80% ถ้าทำขั้นตอนหลังได้ดีก็จะได้งานสักที่สมบูรณ์อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับการ สการ์ สการ์คือ แผลเป็น รักษาไม่หาย ลบไม่ได้ ดังนั้นคุณอาจจะต้องทำใจว่ากระบวนการสมานผิวหนังเราเวลาเมื่อเกิดแผล แผลเป็นที่ได้นั้นคงไม่สวยดั่งใจเสมอไปทุกครั้ง ดังนั้นต้องยอมรับข้อนี้ให้ได้ก่อนก่อนตัดสินใจไปทำ และเมื่อทำแล้ว 80% ในการดูแลรอยสักนั้น จะต้องเคร่งครัดมากกว่าหลายเท่า เพื่อไม่ให้แผลสการ์ติดเชื้อจนมีผลข้างเคียงในที่สุด

ลองถามตัวเองว่า สการ์ ตอบโจทย์งานศิลป์ในหัวของคุณได้แค่ไหน หรือแค่ทำตามกระแสไปวันๆ ไม่ว่าเหตุผลอะไร และไม่ว่าการสักของคุณจะเป็นการสักปกติหรือสการ์ ก็ต้องถามตัวเองย้ำๆซ้ำๆว่าจะอยู่กับมันไปตลอดได้หรือไม่? สักสีแทนที่ด้วย Cover แต่สการ์ถาวรไม่มีวันออก

อ้างอิง : https://thetattooedbettie.wordpress.com/2014/07/01/what-you-should-know-about-scarification/
https://www.tattoodo.com/a/2015/03/extreme-body-art-skin-carving-warning-graphic-content/
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย หรือ Wi-Charge ชาร์จด้วยการส่งสัญญานอินฟราเรด  
ตำนานที่ยังมีชีวิต ตำนานที่ทุกคนกล่าวถึง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าช่วงชีวิตของแร๊พเปอร์อันดับหนึ่งของโลกคนนี้ ต้องผ่านกับอะไรมาบ้าง มาหาคำตอบกัน..