ON LOOKER

Bipolar : เกิดอะไรขึ้นเมื่อสามีตัดสินใจแปลงเพศหลังภรรยาสมองเสื่อม

30 เม.ย. 2562
ยุคสมัยนี้เป็นเรื่องปกติที่ LGBT เป็นที่ยอมรับในสังคมมากขึ้นและวงการศัลยกรรมตกแต่งทางการแพทย์ก็มีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งนำมาสู่เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ตัดสินใจแปลงเพศเป็นผู้หญิงภายหลังจากที่ภรรยาของเขาสมองเสื่อม

นามของเขาคือ สตีฟ กิลเบิร์ต และภรรยาอันเป็นที่รัก จิล เรื่องราวมีอยู่ว่าจิลผู้เป็นภรรยาเมื่อ 40 ปีผ่านไป จิลต้องพบกับภาวะสมองเสื่อมและต้องพักอาศัยอยู่ในบ้านผู้สูงอายุ และว่ากันว่าสตีฟผู้เป็นสามีได้กลายเป็นสเตฟานีเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากที่เขาเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ สเตฟานีกล่าวว่า “อันที่จริงฉันรู้สึกเป็นผู้หญิงมาตลอดนะ แต่บางทีเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปิดบังทุกอย่างเพื่อให้เข้ากับคนในสังคมได้”



ส่วนเรื่องราวเบื้องลึกของเขาทั้งสองคน มีดังนี้

1.จิลอายุมากกว่าสตีฟ 18 ปี
2.ทั้งสองมีลูกด้วยกันสามคนจากการแต่งงานที่ผ่านมา
3.สตีฟตกหลุมรักจิลแต่ในขณะเดียวกันเขาก็บอกกับเธอว่ารู้สึกว่าตัวเองมีความเป็นผู้หญิงมากกว่า
4.ในช่วงนั้นจิลบอกกับเขาว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหากตัดสินใจแต่งงานกัน สตีฟจึงล้มเลิกความคิดที่จะเป็นผู้หญิงและมุ่งทำหน้าที่เป็นสามีที่ดีและยังให้ความสนใจการเล่นกีฬาอีกด้วย



ถึงอย่างไรก็ตามแต่ความรู้สึกคิดถึงการเป็นผู้หญิงก็ยังไม่เลือนจางหายไปไหนจากใจเขาจนกระทั่งเขาอายุได้ 40 ปลายๆจึงตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตตัวเองเป็นผู้หญิง ทางด้านจิลผู้ไม่เห็นด้วยมาตลอดซึ่งในตอนนั้นอายุ 60 ปี ไม่เห็นด้วยกับการที่สตีฟจะไปคลินิกด้านอัตลักษณ์ทางเพศและจะเริ่มรักษาด้วยฮอร์โมน จนเป็นที่มาของทางเลือกสุดท้ายคือพวกเขาต้องแยกทางกัน แต่อย่างไรก็ตามทีการแปลงเพศของสตีฟต้องหยุดชะงักไปก่อน เพราะหลังจากทั้งสองแยกทางกันจิลกลับมีชีวิตที่แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าการต้องสูญเสียคนในครอบครัวและล้มป่วยด้วยมะเร็งเต้านม, โรคไขข้อ ไม่นานหลังจากนั้นเองที่จิลเริ่มมีภาวะสมองเสื่อม จนทำให้สตีฟต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลจิลอย่างเต็มตัวอีกครั้ง แต่ทว่าการลาออกของสตีฟทำให้เขาได้เป็นสเตฟานีและอยู่บ้านได้อย่างเต็มเวลามากขึ้น สเตฟานีให้เหตุผลว่า “ถ้าอยู่ที่บ้านฉันได้เป็นตัวเองเต็มที่และก็ได้ดูแลจิลไปด้วยแต่ที่สำคัญยังคงต้องพยายามเป็นกลางทางเพศให้มากที่สุดเพื่อให้จิลไม่จับสังเกตเพราะจิลยังคงมีสติอยู่บ้าง”
 


แต่บางครั้งมันคงไม่ใช่เรื่องง่าย….ในการดูแลผู้ป่วยแบบเต็มเวลา ซึ่งในกรณีของสเตฟานีหากจิลต้องการเข้าห้องน้ำกลางดึก เธอจะไม่สามารถหาทางกลับเตียงตัวเองได้ จนทำให้สเตฟานีต้องพบกับภาวะซึมเศร้าไปด้วยและเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 5 วัน จนกระทั่งลูกๆของจิลเข้ามาดูแลแทน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ไหวเช่นเดียวกัน จำเป็นที่จะต้องว่ายวานขอความช่วยเหลือจากสังคมสงเคราะห์ หลังจากที่จิลเข้าไปอยู่ที่บ้านผู้สูงอายุและสเตฟานีเริ่มกลับมามีชีวิตเป็นของตัวเองอีกครั้ง เธอกลับไปรับฮอร์โมนเพศหญิงที่คลินิกด้านอัตลักษณ์ทางเพศ และเริ่มเปิดธุรกิจเสริมความงาม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ในช่วงที่สเตฟานีอายุได้ 59 ปี เธอเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศในที่สุด และกลับมาในปี 2018 เพื่อเรียนเพิ่มเติมหลักสูตรการนวดสไตล์สวีเดนจนจบ

อ้างอิง : https://www.bbc.com/news/education-47854268
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เจ้าอุปกรณ์สุดไฮเทคนี้มีชื่อว่า Upright จากบริษัทผู้ผลิตในอเมริกา ขนาดเพียง 10x3.7 วิธีใช้งาน คือติดเข้ากับหลังส่วนล่างขณะนั่งเรียนหรือนั่งทำงาน 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าผู้ใช้เผลอปล่อยหลังค่อม ตัวเซนเซอร์ในอุปกรณ์นี้จะจับได้ และจะทำการสั่นอย่างแรงเพื่อเตือนให้หลังตรง
น้อยคนที่จะรู้ว่าเครื่องสำอางที่ซื้อมานั่นมันมีวันหมดอายุ ถึงแม้ว่าจะไม่มีวันหมดอายุระบุไว้ก็ตาม