ON LOOKER

Bipolar : ผู้หญิงข่มขืนผู้ชาย มีความผิดหรือไม่?

1 ส.ค. 2562
หลายครั้งที่เรามักจะเห็นข่าวชายข่มขืนหญิง ซึ่งนั่นแปลว่าเข้าข่ายเป็นการขืนใจและจะต้องถูกดำเนินคดีความอย่างถึงที่สุด แต่ลองมองในมุมกลับแล้วถ้าหากมีเหตุการณ์ผู้หญิงขืนใจผู้ชาย แบบนี้จะผิดกฎหมายและเข้าข่ายเป็นการขืนใจหรือไม่?

การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ของฝ่ายชายสู่อวัยวะเพศฝ่ายหญิง โดยที่ฝ่ายหญิงไม่ทันตั้งตัวหรือได้รับการยินยอมจากเจ้าตัวนั้น มีความผิดทางกฎหมายและเป็นคดีหนัก แต่ก็มีการตั้งคำถามมาโดยตลอดว่าแล้วถ้าฝ่ายหญิงกระทำการใดๆอันเป็นการชี้ชัดให้เห็นว่าขืนใจฝ่ายชายโดยไม่สมยอม มันจะผิดเหมือนกันไหม คำตอบคือมีผลวิจัยออกมาแล้ว ว่าพฤติกรรมเช่นนี้เข้าข่ายการข่มขืนได้เช่นกัน จากงานวิจัยของประเทศอังกฤษที่ใช้ผลสำรวจชาย 200 คน ทางออนไลน์ในช่วงปี 2016-2017 และอีกงานวิจัยที่ทำสัมภาษณ์ชาย 30 คนตัวต่อตัวถึงประเด็นนี้ ชายผู้สมัครใจรายหนึ่งซึ่งชื่อเขา คือจอห์น เรื่องราวของจอห์นมีที่มาว่า เธอมีแฟนสาวคนหนึ่งซึ่งสัญญาณร้ายได้เตือนเขาตั้งแต่ตอนนั้นว่า แฟนเขาทำร้ายตัวเองถึงขั้นต้องหามตัวส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล และเขาก็ใช้เวลานานในการหาคำตอบทางจิตวิทยาในเหตุการณ์ที่เกิดกับความสัมพันธ์ของเขา หลังจากนั้นมา แฟนของจอห์นมีพฤติกรรมที่แปลกมากขึ้น แทนที่เธอจะทำร้ายตัวเองเหมือนเคย แต่วันหนึ่งเธอวิ่งเข้ามาชกเต็มแรงที่จมูกของจอห์น ก่อนจะหัวเราะและวิ่งหนีไป แม้ว่าตัวแฟนสาวของจอห์นจะพยายามปรึกษาแพทย์ และเธอไม่เคยไปรับการรักษาเลย
           
เหตุการณ์ดูเลวร้ายขึ้นเมื่อทุกครั้งที่แฟนจอห์นกลับจากงาน เธอเรียกร้องการมี Sex พร้อมทั้งแสดงออกถึงพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว หนึ่งในเหตุการณ์ จอห์นเคยถูกสวมกุญแจมือล็อกแขนตรึงไว้กับหัวเตียง และเธอใช้ลำโพงฟาดเข้าไปที่หัวของจอห์น ก่อนจะบังคับให้จอห์นมี Sex ด้วย แต่ด้วยความเจ็บของคน จึงไม่มีอารมณ์จะทำอะไรตอนนั้น เธอจึงฟาดซ้ำไปแล้วปล่อยเขาในสภาพเช่นนั้นเป็นชั่วโมง ก่อนจะปล่อยตัวเขาและปิดปากเงียบไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย กระทั่งเธอท้องและคลอดออกมาเพียงไม่กี่เดือน อาการของเธอรุนแรงน้อยลง แต่ที่ไหนได้เมื่อคืนหนึ่งจอห์นรู้สึกตัวว่าถูกล่ามด้วยกุญแจมืออีกแล้ว เธอใช้ไวอากร้ายัดปากจอห์นและจอห์นไม่สามารถทำอะไรได้เลยกับสถานการณ์ซ้ำๆเช่นนี้ จอห์นเล่าเรื่องนี้แทบไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เขาเล่า แต่เขาได้แต่บอกว่าเขาย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไม่ได้ เพราะมันเป็นน้ำพักน้ำแรงที่เขาซื้อไว้ให้ลูก และเขายุติความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ ด้วยเหตุผลทางการเงิน เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับหลายคนจากคำบอกเล่าของกลุ่มคนตัวอย่างที่อยู่ในงานวิจัยตัวนี้ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้หญิงหรือคนก่อเหตุมีการบังคับให้สอดใส่ และการเล่าเรื่องนี้ให้คนนอกฟัง แทบไม่มีใครเชื่อเช่นเดียวกันเลย



ตัวอย่างคำพูดที่คนเหล่านั้นตอบกลับเหยื่อผู้โดนล่วงละเมิด
1.ชายคนหนึ่งเล่าเรื่องนี้ให้ตำรวจฟัง แต่ได้คำตอบกลับมาว่า “คุณเองคงจะสนุกกับมันนะ ไม่งั้นคงมาแจ้งความเร็วกว่านี้แล้ว”
2.บ้างก็บอกว่าดูสิ ดูเขาสิ เขาเป็นผู้ชาย จะโดนล่วงละเมิดได้อย่างไร

ผลกระทบโดยตรงกับเหยื่อ
1.ส่งผลต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรงหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ มีความเสี่ยงคิดจะฆ่าตัวตายและเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
2.ผู้ชายส่วนใหญ่อับอายที่จะบอกว่าตัวเองถูกข่มขืน โดยการบังคับ “สอดใส่”
3.บางคนถึงกับคิดภาพติดลบไปแล้ว กับเหล่ากระบวนการยุติธรรมและพวกตำรวจ

ความเชื่อที่ผิด
1.การขืนใจผู้ชายเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะผู้ชายแข็งแรงกว่า
2.ถ้าผู้ชายอวัยวะแข็งตัวไม่ได้แปลว่าพวกเขาอยากมีเซ็กส์เสมอไป เพราะจริงๆแล้วอวัยวะเพศแข็งตัวเกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเท่านั้น

เหตุการณ์ที่คล้ายกันกับเหยื่อที่ชื่อจอห์น
1.อีกรายเล่าว่าเขาไปเที่ยวกลางคืน และพาผู้หญิงกลับบ้านในคืนนั้น แต่หลังจากนั้นก็หมดสติไป และเดาไม่ยากว่าโดนยาเสียสาวไปเสียแล้ว และถูกบังคับให้มี Sex โดยที่ไม่ได้ตั้งตัวเลย
2.อีกคนเล่าว่า ชายคนนี้เขาเป็นเกย์แต่เพื่อนร่วมงานหญิงคนหนึ่งบังคับให้เขามี Sex ด้วย ไม่งั้นจะแฉให้ทั่วว่าเขาเป็นเกย์

อาสาสมัครหลายคนที่นำเรื่องตัวเองมาสู่งานวิจัยครั้งนี้ เห็นพ้องต้องกันว่านี่เป็นการข่มขืน แต่ก็น่าเสียใจที่สังคมที่อังกฤษกลับไม่มองเช่นนั้น และไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายที่จะเข้ามาคลี่คลายปัญหาในเรื่องนี้ไม่ให้มันบานปลาย แต่ในขณะที่บางประเทศมีข้อบังคับกฎหมายในเรื่องนี้แล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bbc.com/news/stories-49057533
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อะโวคาโด เป็นผลไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก มีประโยชน์มากกว่าที่คิด แถมยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีอีกด้วย
Deep reading คือพฤติกรรมของคนเราที่อ่านอะไรช้าลงกว่าปกติ หากแต่ใส่ใจกับสิ่งที่อ่านมากขึ้น ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อได้เข้าถึงสิ่งที่อ่าน