ON LOOKER

Bipolar : เฉียดตายจากการขาดอากาศใต้ท้องทะเลกว่าครึ่งชั่วโมง

30 เม.ย. 2562
เป็นไปได้หรือหากมีมนุษย์รายหนึ่งสามารถรอดชีวิตจากการขาดอากาศหายใจก้นทะเลนานกว่าครึ่งชั่วโมง แน่นอนอาจเป็นไปได้ยาก คงต้องอาศัยหลายองค์ประกอบที่จะมาสนับสนุนเพื่อให้เกิดความเป็นไปได้ แต่เรื่องฉงนเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อกับโลกเรา คริส เลมอน นักประดาน้ำชาวอังกฤษในวัย 39 ปีที่ต้องประสบกับเหตุที่ไม่คาดฝันมาและเฉียดความตายมานักต่อนัก

โดยปกติแล้วสมองของมนุษย์นั้นจะหยุดทำงานเมื่อสมองขาดออกซิเจนไปเพียงแค่ 2 หรือ 3 นาที ซึ่งเป็นไปได้เลยว่าคนๆนั้นจะเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว แต่ในรายนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นมานานเมื่อวันที่ 18 กันยายน ปี 2012 เป็นเหตุการณ์ที่คริสเฉียดตายที่สุด เนื่องจากสายส่งออกซิเจนสำหรับหายใจจากเรือควบคุมงานก่อสร้างใต้ท้องทะเลเกิดการขาดสะบั้น ทำให้อากาศสำรองหมดลงทันทีใน 5 นาที ส่วนคริสขาดออกซิเจนไปกว่าครึ่งชั่วโมงอยู่ก้นทะเล ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่นำตัวออกจากที่เกิดเหตุและปลอดภัยในที่สุด

ทำไมคริสต้องลงไปถึงก้นทะเล?
ช่วงที่เกิดเหตุถือว่าตอนนั้นเป็นการปฏิบัติงานปกติอยู่แล้ว ในระดับความลึกจากผิวน้ำสู่ก้นทะเล 100 เมตร คริสได้รับมอบหมายงานให้เข้าซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันดิบจากบ่อน้ำมันก้นทะเล ในการทำงานครั้งนี้คริสจำเป็นจะต้องใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า การดำน้ำแบบอิ่มตัว (Saturation diving) วิธีการคือนักประดาน้ำจะใช้ชีวิตอยู่ในห้องปรับความดันบนเรือนานกว่าหนึ่งเดือน เพื่อปรับร่างกายให้เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ใต้ทะเลที่ซึ่งมีความดันสูง เป็นที่มาของการดำน้ำแบบอิ่มตัว เพราะไนโตรเจนจะสามารถละลายเข้าไปตามเนื้อเยื่อต่างๆจนอิ่มตัว อันตรายจะเกิดกับนักดำน้ำได้ถ้าหากไม่ได้ปรับความดันร่างกายทั้งก่อนและหลังการปฏิบัติงาน เสี่ยงเสียชีวิตจากโรคน้ำหนีบ (Decompression sickness) เป็นลักษณะของไนโตรเจนเป็นฟองก๊าซในหลอดเลือดและเนื้อเยื่อในช่วงที่นักดำน้ำกำลังคลายความดันเพื่อขึ้นสู่ผิวน้ำ



หรืออาจเป็นเพราะคริสมีประสบการณ์การดำน้ำน้อยเกินไป?
คริสมีประสบการณ์การดำน้ำมาเพียง 1 ปีครึ่ง แต่เขาเป็นนักประดาน้ำมืออาชีพมารวมๆ 8 ปีแล้ว แต่คงไม่มีใครคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับกรณีของคริสเขาปฏิบัติงานไปได้อย่างราบรื่นอย่างไม่ต้องสงสัยในช่วงแรกที่ทำ แต่พอไม่นานนักคลื่นลมเริ่มเปลี่ยนทิศปั่นป่วนส่งผลให้เหนือผิวน้ำเรือที่ควบคุมการทำงานเคลื่อนออกจากจุดที่กำหนดไว้ และระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการนำร่องและยึดพิกัดตำแหน่งเรือก็เกิดการขัดข้องชั่วคราว ทำให้เรือนั้นลากสายเคเบิลที่เขาเคลมกันว่า หนา, เป็นทั้งสายส่งไฟฟ้า ,สัญญาณสื่อสาร รวมถึงส่งอากาศออกซิเจนให้นักประดาน้ำใต้ผิวน้ำขาดออก ในช่วงที่แรงดึงจากสายเคเบิลนั้นส่งผลให้คริสหงายหลังในขณะที่เขาเองก็ต้องดิ้นรนเพื่อขึ้นไปยังระฆังน้ำ แต่เจ้ากรรมสายเคเบิลดันไปติดอยู่กับชิ้นส่วนก่อสร้างอื่นจนแน่นจนกระทั่งขาดในที่สุด และคริสถูกลากเข้าไปติดที่คานโลหะ

อะไรที่ทำให้คริสรอดชีวิต?
หากลองนึกภาพก้นทะเลจะมืดสนิท ไม่มีแสงไฟ และแรงดันน้ำที่มหาศาลจะมีอะไรกดดันคริสมากกว่านี้อีก ในขณะที่คริสจะต้องรวบรวมสติทั้งหมดที่มีเพื่อยืนขึ้น และหมุนปุ่มบริเวณหน้ากากดำน้ำเพื่อระบายอากาศสำรองในถังเข้ามาใช้ฉุกเฉิน แต่อากาศที่เหลือทั้งหมดในถังมีพอใช้แค่ 6 นาทีเท่านั้น เขาจึงเดาทางท่ามกลางความมืดปีนมาจนถึงยอดสุดของโครงสร้างสิ่งก่อสร้างใต้ท้องทะเลนี้ และหวังจะพบเห็นระฆังน้ำที่ช่วยชีวิตเขาได้ แต่ไม่มีวี่แววการช่วยเหลือแต่อย่างใด คริสได้ทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก คือ เขาพยายามสงบสติอารมณ์เพราะยิ่งสติแตกมากเท่าไหร่ อัตราการเต้นหัวใจจะทำให้เราใช้อากาศสำรองในการหายใจเข้าออกไปอย่างสิ้นเปลือง เมื่อเขามองไม่เห็นทางที่จะรอดแล้ว คริสจึงขดตัวลงเป็นก้อนกลมแล้วหายใจอย่างช้าๆ ความรู้สึกของคริสตอนนั้นเขาเล่าว่า “อากาศเฮือกสุดท้ายได้ผ่านเข้าร่างกายไปอย่างยากลำบากแต่มันไม่ได้ทรมาน แค่รู้สึกเหมือนจะหลับแล้วหลังจากนั้นผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย” ภายหลังเกิดเหตุ 30 นาทีระบบควบคุมก็สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ เพื่อนร่วมงานของคริสจึงรีบดำลงไปกู้ร่างไร้สติของคริสกลับขึ้นมาบนระฆังดำน้ำ ก่อนจะนำตัวส่งเข้าห้องปรับความดันในเรือ เมื่อถอดหน้ากากออกมาพบว่าคริสหน้าเขียวมากและหยุดหายใจไปแล้ว แต่การกู้ชีพนั้นสำเร็จผลทำให้เขารอดและเขาก็จำเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นไม่ได้





เรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไร มีคำตอบ
ความน่าเหลือเชื่อกับการรอดชีวิตของคริส ส่งผลให้นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบถึงเรื่องนี้ โดยพวกเขามองว่าน้ำในทะเลเหนือที่เย็นมากกว่า 3 องศาเซลเซียสส่งผลให้สมองและร่างกายของคริสเย็นตัวลงไปอย่างรวดเร็ว และการที่สมองเย็นลงอย่างรวดเร็วเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตจากภาวะขาดออกซิเจน และด้วยการที่คริสมีประสบการณ์การดำน้ำแบบอิ่มตัวมานาน การที่เขาหายใจรับออกซิเจนเข้าไปปริมาณมาก ออกซิเจนจะละลายสะสมในเลือดและเนื้อเยื่อ ทำให้ร่างกายมีแหล่งออกซิเจนสำรองยามฉุกเฉิน

อ้างอิง : https://www.bbc.co.uk/programmes/w3csyhqc
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Cube coffee 1 ก้อน มีขนาดประมาณเท่าลูกเต๋า 2 ลูก และมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 50 มิลลิกรัม หากเคี้ยว 2 ก้อนก็จะเทียบเท่าการดื่มกาแฟเข้มๆ 1 แก้วเลยทีเดียว
คุณจะไม่ต้องพกอะไรอีกเลย แค่ใส่แหวนวงนี้วงเดียว