ON LOOKER

Bipolar : สรุป! โลกร้อนไม่ใช่วัฏจักรของโลก แต่เป็นเพราะ “มนุษย์”

31 ก.ค. 2562
ยุคหนึ่งของโลกเคยประสบพบเจอกับ Little Ice Age หรือยุคน้ำแข็งน้อย แต่นั่นเป็นการผันผวนของอุณหภูมิโลกในยุคนั้น แต่รุนแรงกว่าหลายเท่าในยุคนี้เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง และคงไม่มีเหตุการณ์ใดทำลายโลกเราไปมากกว่าที่เป็นในตอนนี้



ก่อนหน้านี้มีหลายหน่วยงานออกมาให้ข้อมูลว่า โลกร้อนที่ว่ากันว่าเกิดมาจากน้ำมือมนุษย์นั้นไม่มีอยู่จริง และยังอ้างข้อมูลว่าสาเหตุความเป็นมานั้นเป็นเรื่องของวงจรทางธรรมชาติแต่เพียงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงถ้าหากสังเกตข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกในช่วงสองพันปีที่ผ่านมา ราว คศ. 250 ไปจนถึง คศ.400 ยุโรปมีอุณหภูมิที่สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน กระทั่งเกิดอุณหภูมิในหลายแห่งทั่วโลกลดต่ำลงยาวนานหลายร้อยปี ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 14 ถ้าหากจะให้เห็นภาพชัดขึ้น ก่อนหน้านี้ได้มีการพบกับหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่า โลกมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิจริง คำนวณจากหลักฐานทางธรรมชาติ อาทิ แนวปะการัง, ดินตะกอนจากทะเลสาบต่างๆ ไม่พบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิครั้งไหนที่ส่งผลเสียไปทั่วทั้งโลก แต่ถ้าถามว่าโลกเราเริ่มร้อนตั้งแต่เมื่อไหร่ คำตอบคือช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมศตวรรษ 18-19 นั่นเอง ในความเป็นจริงข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้จากทีมวิจัยและนักวิทยาศาสตร์แจ้งว่า มีเพียงแค่ช่วงสหัสวรรษที่ผ่านมาเท่านั้นที่โลกเผชิญกับภาวะโลกร้อน ที่ร้อนไปทั่วทั้งโลกถึง 98 เปอร์เซ็นต์ หากไม่นับครั้งอื่นๆ ที่ส่งผลให้โลกร้อนเพียงครึ่งต่อครึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก
 


เพราะฉะนั้นความเชื่อที่ว่าโลกร้อนเป็นวงจรธรรมชาติของมัน ความจริงคือไม่ใช่ สรุปออกมาให้ดังนี้

1.โลกร้อนมีแนวโน้มที่แน่นอนว่าเกิดจากน้ำมือมนุษย์มากกว่า และมีความรุนแรงสูงมากกว่าการที่อุณหภูมิจะเปลี่ยนเอง
2.1 ศตวรรษ คือ 100 ปี ในยุค Little Ice Age หรือยุคน้ำแข็งน้อย ครั้งแรกเกิดตอนศตวรรษที่ 15 ส่วนปรากฏการณ์ที่ยุโรปในแบบเดียวกัน เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษ 17 ซึ่งมันคนละเรื่องกัน เพราะเท่ากับว่าทั้งสองยุคห่างกัน 3 ศตวรรษ นั่นคือ 300 ปีเลยทีเดียว
3.ผลวิจัยจากด็อกเตอร์ราฟาเอล นิวคอม กล่าวว่า โลกเราพบกับการเปลี่ยนแปลงทางอุณหภูมิก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงภูเขาไฟระเบิดรุนแรงหลายครั้ง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบคาดการณ์ไม่ได้อยู่แล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของวงจรทางธรรมชาติ
4.ไม่พบข้อมูลที่ชัดเจนว่ารังสีจากดวงอาทิตย์ในอดีตที่เป็นวงจรธรรมชาติปกติ จะมีผลกระทบทำให้อุณหภูมิของโลกเปลี่ยนไปแต่อย่างใด
5.ผลวิจัยหลายฝ่ายที่อ้างว่า โลกร้อนในปัจจุบันเกิดจากวงจรตามธรรมชาติ ตอนนี้เข้าข่ายว่าไม่เป็นความจริง เพราะเป็นเหตุผลที่ยกกันมาลอยๆ ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันได้เลย



เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว สรุปได้ว่าโลกเราเกิดการเปลี่ยนแปลงก็เพราะมนุษย์เอง และเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะตามมาได้เลย ไม่ว่าทางไหน เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่ดูเหมือนง่ายต่อการรับมือ และหลายคนที่อาจจะเฉยๆกับสถานการณ์เหล่านี้ คงต้องใช้วิจารณญาณในการทบทวนดูใหม่ เพราะในขณะเดียวกัน มีหลายหน่วยงานหรือมนุษย์ผู้ร่วมโลกหลายคนพยายามผลักดันให้มีวิธีการรับมือ และช่วยโลกให้ดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอันเลวร้ายนี้ ในขณะเดียวกันหากคุณเป็นคนที่เฉยๆกับสถานการณ์นี้ แต่ก็ไม่ควรที่จะไปทำลายโลกเพิ่ม ไม่ว่าจะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bbc.com/news/science-environment-49086783
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ต้องรอด! ทำอย่างไร เมื่อพายุไต้ฝุ่นลูกใหญ่เข้าโจมตี
ไม่ใช่หลอด ไม่ใช่ขวดพลาสติก แต่ขยะที่สร้างปัญหาให้กับท้องทะเลมากที่สุดคือก้นบุหรี่