ON LOOKER

“ซาตานจงเจริญ” เรื่องราวของซาตานที่ผู้คนหวาดกลัว

28 ส.ค. 2562
หลากศาสนาสอนคนให้เป็นคนดี หลายลัทธิสร้างจุดยืนให้คนทำสิ่งดีๆเพื่อสังคม แต่หากพูดถึงสิ่งที่เป็นอธรรม เรามักจะกลัวและรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรเคารพบูชา ยกย่องสรรเสริญ แต่กลับมีคนไม่น้อยที่เชื่อและศรัทธาบางสิ่งที่ตรงกันข้ามแบบนี้ เมื่อโลกมีพระเจ้าก็ย่อมมีซาตาน และซาตานในอุดมคติของใครหลายๆคน จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความมืดมิดและโหดร้าย แต่กลับมีคนจำนวนไม่น้อยที่เคารพบูชาและสรรเสริญซาตาน และมีคนตั้งคำถามกับชาวโลกว่า คุณจะเชื่อหรือเปล่าถ้าพวกเขาจะบอกว่าสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวลัทธิบูชาซาตานเป็นเรื่องที่ถูกบิดเบือนและผิดหมด?



อัตลักษณ์ที่ดุดัน โหดร้ายและเลือดเย็นของลัทธิซาตานเป็นภาพติดตาใครหลายๆคนให้กลัว ผ่านเรื่องจริงที่ถูกเล่ากันปากต่อปากหรือทางภาพยนตร์ แต่เมื่อไม่นานมานี้กลับมีภาพยนตร์สารคดีถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับลัทธิซาตานในมุมที่แตกต่าง ภาพยนตร์เรื่อง Hali Satan ถูกฉายในสหรัฐบอกเล่าเรื่องราวของ วิหารซาตาน ซึ่งสอนให้ใช้สันติวิธีเพื่อความเป็นธรรม และบอกเล่าเรื่องการมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา



วิหารซาตานคืออะไรกัน?

สถานที่ที่เรากำลังพูดถึงถูกเรียกตรงตัวว่า วิหารซาตาน ได้ก่อตั้งเมื่อปี 2013 มีความแตกต่างจากลัทธิซาตานอื่นๆ ณ ที่นี้ พวกเขาไม่มีพิธีบูชายัญมนุษย์, ไม่มีการใช้เลือดดื่มในพิธี และในคริสต์ศาสนา คาทอลิกจะมีพิธีที่เรียกว่า มิซซา แต่พวกเขาเรียกพิธีกรรมของตนเองว่า มิซซาดำ และมีพระธรรมคำสอนที่แตกต่างจากอุดมคติของคริสต์ชนที่กลัวซาตาน พวกเขากล่าวว่า พันธกิจของลัทธิวิหารซาตานนั้นผลักดันและสนับสนุนความเมตตาปราณีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง สนับสนุนความเป็นธรรม ใช้จิตใต้สำนึกของมนุษย์เป็นตัวตัดสินใจและขับเคลื่อนสามัญสำนึกไปในทางที่จับต้องและปฏิบัติได้ หนึ่งผู้ก่อตั้งลัทธิวิหารซาตานกล่าวว่า ปัจจุบันลัทธิวิหารซาตานนั้นมีสมาชิกกว่า 50,000 คน พวกเขาอ้างว่า ภารกิจที่พวกเขากำลังทำคือการสกัดกั้นคริสต์ศาสนาในอเมริกาที่กำลังก้าวเข้าสู่ระบบการเมืองการปกครองแบบรัฐศาสนา จากการที่มีการก่อตั้งอนุสาวรีย์บัญญัติ 10 ประการ ณ รัฐสภาโอคลาโฮมา นั่นทำให้เป็นที่มาให้พวกเขาต้องการจะก่อตั้งอนุสาวรีย์เทพแห่งซาตาน บาโฟเม็ต ไว้ที่นั่นเช่นกัน พวกเขาอ้างว่าอเมริกากำลังทำตัวเหมือนกับว่าเป็นประเทศของคริสต์ศาสนา ในขณะที่พวกเขาไม่เห็นด้วย เพราะต้องการให้มีเสรีภาพในการให้คนเลือกนับถือศาสนา

ลัทธิวิหารซาตานกำลังส่งเสริมให้แยกระหว่างการเมืองและศาสนาออกจากกันอย่างเด็ดขาด และไม่ต้องการให้รัฐทำหน้าที่เข้าไปแทรกแซงเรื่องของศาสนาหรือลัทธิใดให้มีสิทธิประโยชน์เป็นพิเศษ ในขณะที่หลายคนมองว่ามันเป็นเรื่องตลกยิ่งนักที่ลัทธิวิหารซาตานกำลังออกมาเรียกร้องความสนใจจากคนในสังคม แม้ว่าพวกเขากำลังบอกว่า พวกเขาไม่ส่งเสริมความรุนแรงและการกระทำชั่วร้ายก็ตาม อย่างที่บอกว่าชาวลัทธิวิหารซาตานกำลังสนับสนุนให้คนใช้การวิเคราะห์ไตร่ตรองด้วยตนเองในการตัดสินใจทำสิ่งเป็นประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งเชื่อมโยงไปยังสารคดีตัวนี้ที่ได้ถ่ายทอดให้เห็นภาพมุมหนึ่งที่ชาวลัทธินี้กระทำการบำเพ็ญประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเลือด การบริจาคของให้คนไร้บ้าน การทำความสะอาดในที่สาธารณะ ความเมตตาต่อสัตว์ร่วมโลก หนึ่งในคำสอนของพวกเขากล่าวไว้ว่า “ จงอย่าให้ความผิดพลาดที่เราทำได้รับความอันตรายต่อผู้อื่น จงแก้ไขความผิดพลาดนั้นให้ถึงที่สุด เพราะคนเราสามารถทำผิดพลาดกันได้”



สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจ เพราะคิดว่าซาตานก็คืออำนาจมืด ในเนื้อความสารคดีตอนหนึ่งได้บอกเอาไว้ว่า แม้ว่าลัทธิวิหารซาตานยังคงไว้ซึ่งพิธีกรรมการสวดปลุกซาตาน แต่พวกเขาไม่ได้นับถือซาตาน ที่เรารู้จักกันในรูปลักษณ์เทพเศียรแพะติดปีก แต่พวกเขาใช้นิยามของซาตานที่แปลออกมาจากภาษาฮีบรู ฮีบรูได้ให้ความหมายของคำว่า ซาตาน ไว้ว่า คือศัตรูหรือฝั่งตรงกันข้าม พวกเขาเชื่อว่าเหตุที่ทำให้คนหวาดกลัวลัทธิบูชาซาตานอันเนื่องมาจากดนตรีและวีดีโอเกม หากแต่เราควรฟังความทั้งสองฝ่าย เมื่อทางกลุ่มคริสต์ชนที่แน่วแน่ในความเชื่อ ออกมาให้ความเห็นว่า ลัทธิวิหารซาตานถูกจัดตั้งขึ้นอย่างแยบยลและเป็นระบบ เป็นองค์กรลับใต้ดินและกระทำการใดๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางลบ ไม่ว่าจะเป็น การอาชญากรรม,การทารุณกรรมสัตว์,การฆ่าคนกันเอง,การข่มขืนผู้เยาว์ และเป็นการกระทำในนามของซาตาน อย่างไรก็ตามแต่ไม่ว่าฝ่ายไหนต่างออกมาแสดงความคิดเห็นและยืนหยัดในความเชื่อกันอย่างไร แต่สิทธิเสรีภาพในการตัดสินใจของคน ก็ถือเป็นเรื่องที่ควรให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ควรเข้าไปกดขี่ข่มเหงกัน ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะสุดท้ายถ้าหากศาสนาหรือลัทธิไหนสอนให้คุณประพฤติดี นั่นคือคุณค่าของความเป็นคนโดยมีศาสนาเป็นแสงสว่างนำทาง

ขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.bbc.com/news/entertainment-arts-49392867
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
นี่คือแก็ดเจ็ตใหม่ที่ทำให้อัฐิเติบโตเป็นต้นไม้เหมือนมีชีวิตอีกครั้ง
.มีนักกีฬาหลายคนและกีฬาหลายประเภท ที่เปลี่ยนจากคนจนธรรมดาๆ ให้กลายเป็นผู้มั่งคั่งและมั่งมีเกียรติยศในวงการ