1.สถานการณ์ที่คุณอยากสังเกต และวิเคราะห์ ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานของคุณ สิ่งที่ดีที่สุดคือการหยุดพูดพูด แล้วฟัง คุณควรใช้ภาษากายและการแสดงออกทางอารมณ์บนใบหน้า เพื่อแสดงว่าคุณกำลังสนใจในสิ่งที่คนๆนั้นกำลังพูด โดยที่ไม่จำเป็นต้องพูด หรือกล่าวชมอะไรเขาเลย หากผู้พูดรู้สึกได้ว่าคุณกำลังสนใจ เขาจะแชร์ข้อมูลที่จำเป็นต่อการล่วงรู้ของคุณ ทั้งหมดนี้ คือผลของการที่คุณไม่เผลอขัดเขาเสียก่อน
2.สถานการณ์ที่ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานกำลังอยู่ในภาวะเครียด หากใครคนหนึ่งกำลังวิตกกังวล สิ่งที่ดีที่สุดคือการรับฟัง หลายครั้งที่ผู้นำพยายามหาทางออกให้กับลูกน้อง ด้วยวิธีต่างๆนานา แต่แท้จริงแล้ วสิ่งที่ดีที่สุดคือการฟัง เพราะการที่ปล่อยให้ผู้พูดได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาให้มากที่สุด จะทำให้เขาหาหนทางการแก้ไขของปัญหาได้ด้วยตัวเขาเอง หรือบางครั้งการที่ได้พูดออกมาทำให้เขาตระหนักได้ว่าสถานการณ์มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาคาดคิดไว้ในตอนแรกสักหน่อย
3.สถานการณ์หลังจากที่คุณเพิ่งพูดอะไรบางอย่างที่ทรงพลังมากๆออกไป ความเงียบคือการเปิดให้โอกาสผู้ฟังได้มีเวลา "คิด" ถึงสิ่งที่คุณพูดออกไป และจะทำให้เขาจดจำสิ่งที่คุณพูดได้มากขึ้น
4.สถานการณ์ที่การต่อรองไม่ไปไหนสักที หากการพูดคุยและถกเถียงนั้นกำลังย่ำอยู่กับที่ และดูเหมือนว่าจะไม่มีไม่มีทางออกกับสถานการณ์นั้นๆ บางครั้งความเงียบ คือทางออกที่ดีที่สุด เพื่อที่แต่ละฝ่ายจะได้อยู่กับตัวเอง และได้ใช้วิจารณญาณว่าเรากำลังถกเถียงเรื่องอะไรอยู่กันแน่
5.สถานการณ์ขณะที่คุณกำลังโกรธถึงขีดสุด เวลาโกรธ เรามักจะพูดอะไรโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือคำพูดแรงๆที่ทำร้ายคนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัว สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำ หากเรารู้ว่าเรากำลังโกรธ คือหายใจเข้าลึกๆแล้วเงียบซะ ผู้คนจำนวนมากมองสถานการณ์เดิมเปลี่ยนไป หากอยู่ในอารมณ์ที่แตกต่างกัน
6.และสุดท้าย ในสถานการณ์ที่ใครบางคนกำลังตวาดคุณอย่างหนัก ในความเป็นจริงสิ่งที่หลายคนมักทำคือ โต้เถียงหรือตวาดกลับอย่างหนักด้วยคำพูดที่แรงไม่แพ้กัน แต่อย่างไรก็ตาม ความเงียบคือการตอกกลับที่ดีกว่ามาก และใช้ได้ผลมากกว่าเสมอมากมายหลายเท่านัก ความเงียบทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ และที่สำคัญที่สุก ความเงียบทำให้อีกฝ่ายตระหนักได้ว่ าเขาได้ทำอะไรที่ไม่ดีออกไปขนาดไหน
แปลและเรียบเรียงจาก psychologytoday.com




