ON LOOKER

5 อาการปวดหัวที่พบบ่อยที่สุด

22 ก.พ. 2562
1.ความตึงเครียด

มันเป็นอาการทั่วไป อาจจะแรงกว่าไมเกรน แต่ไม่มีอาการคลื่นไส้ อาจมีอาการปวดตึงบริเวณศีรษะ แต่ยังสามารถดูทีวีหรือทำงานคอมพิวเตอร์ได้

สาเหตุที่เกิดขึ้น : แพทย์เคยคิดว่าอาการปวดศีรษะตึงเครียดเกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณคอไหล่ใบหน้าและศีรษะ แต่ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุและบริเวณเส้นประสาทหลักในสมอง อาการอาจเกิดจากความเครียดการนอนหลับและการทานอาหารด้วย

การรักษา : อาการปวดศีรษะส่วนใหญ่จะหายไปเอง แต่การทานยาไอบูโปรเฟน อะซิตามิโนเฟน หรือแอสไพริน มันสามารถช่วยได้ และแพทย์ยังแนะนำยาคลายกล้ามเนื้อหรือยากล่อมประสาท (amitriptyline และ nortriptyline ) ที่สามารถช่วยลดอาการที่ปวดศีรษะอย่างรุนแรงที่ปวดเรื้อรังเกิน 15 ครั้งต่อเดือน
 
2.ไมเกรน

อาการปวดหัวไมเกรน จะมีอาการปวดหัวปานกลางถึงขั้นรุนแรง จะปวดหัวข้างเดียว หรือด้านในด้านหนึ่งของศีรษะ และมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน

ทำไมจึงเกิดขึ้น : อาจเกิดจากสิ่งแวดล้อมและพันธุกรรม หากคนในครอบครัวเป็นไมเกรน ก็อาจมีแนวโน้มที่จะเป็นไมเกรน รวมถึงสารที่พบในอาหาร (ผงชูรส, สารกันบูด, แอลกอฮอล์) และการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การอดมื้ออาการ การขาดน้ำ การนอนหลับมากเกินไปหรือนน้อยเกินไป สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป และรอบประจำเดือน

การรักษา : ผู้เชี่ยวชาญแนะนำการรักษาสามขั้นตอน สิ่งที่ง่ายที่สุดคือการใช้ยาต้านอักเสบ คือ ยาไอบูโพรเฟน เป็นยาที่ขายตามร้านยาทั่วไป ซึ่งเป็นยาชนิดเดียวกับใบสั่งของแพทย์ ขั้นตอนที่สอง คือ ยา triptans ใช้บรรเทาอาการไมเกรนหรือการปวดศีรษะ หากปวดขั้นรุนแรง สามารถใช้ร่วมกันยาแก้อักเสบได้ ขั้นที่สาม คือ เป็นสเปรย์ฉีดจมูก เป็นการจำหน่ายตามในสั่งของแพทย์ประเทศแคนนาดา แต่ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจ เนื่องจากสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจอย่างรุนแรง นอกจากนี้แพทย์ยังแนะนำอีกว่า ให้ทานยาที่จำเป็นเท่านั้นเพราะทำให้ไม่เสี่ยงต่อการติดยา
 
3.ใช้ยาเกินเหตุ 

โรคปวดศีรษะเหตุใช้ยาเกิน เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุด โดยมีสาเหตุจากการปวดศีรษะโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งมีอาการปวดศีรษะรุนแรง และรักษายากกว่ารักษาปวดศีรษะไมเกรน หรือปวดศีรษะจากความเครียดมาก

ทำไมจึงเกิดขึ้น : เกิดขึ้นเนื่องจากใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำในระยะยาว ยามันสามารถบรรเทาได้แค่ในระยะสั้น เมื่อตัวยาหมดฤทธิ์ ทำให้เกิดอาการปวดหัวอีก  อาการปวดศีรษะแบบนี้เมื่อมีเหตุแบบนี้ซ้ำๆ จึงเกิดการกระตุ้นให้เซลล์สมองมีการสร้างตัวรับการปวดมากขึ้น ควรพบแพทย์หากมีอาการปวดหัว 15 ครั้งต่อเดือน

การรักษา : ต้องค่อยๆ หยุดทานยา และเริ่มใช้ beta-blockers ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย มันสามารถช่วยลดการปวดไมเกรนบ่อยๆ ได้
 
4.คลัสเตอร์

อาการปวดหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อย อาการปวดหัวมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันของทุกวันๆ เดือน หรือปี มีอาการปวดคือบริเวณหลังตาหรือบริเวณขมับ มักจะมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ตาแดง ม่านตามัว น้ำตาไหล น้ำมูกไหล เหงื่อออก บริเวณใบหน้าข้างที่ปวด  อาการปวดแต่ละครั้ง 15 นาที ถึง 3 ชั่วโมง

สาเหตุที่เกิดขึ้น : สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวแบบคลัสเตอร์ที่พบบ่อย คือ การดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายอย่างหนัก อุณหภูมิแวดล้อมที่สูงขึ้น และกลิ่นที่รุนแรง เป็นสิ่งที่กระตุ้นทำให้มีอาการปวดศีรษะได้บ่อย

การรักษา : ขึ้นอยู่กับวินิฉัยของแพทย์เป็นสำคัญ การรักษาโรคปวดหัวนี้ มีทั้งการให้ยาแก้ปวด การให้ออกซิเจนแก่ผู้ป่วย 
 
5.ไซนัส

มีอาการมึนศีรษะ ปวดแน่นที่ใบหน้า และปวดบริเวณโหนกแก้ม ใต้ตา รอบ ๆ ตา ขมับกลางศีรษะ หรือท้ายทอย ร่วมกับคัดจมูกน้ำมูกไหล ไซนัสคือโพรงเล็กๆ ในกะโหลกศีรษะของเรา จะมีที่กรองและเพิ่มความชื้นให้อากาศก่อนเข้าไปสู่ปอด ซึ่งสามารถอับเสบหรือแน่น จนทำให้เกิดอาการปวดหัวนั่นเอง

ทำไมจึงเกิดขึ้น : ไซนัสเป็นโพรงอากาศที่เชื่อมต่อกับโพรงจมูก เมื่อสูดจมูกจะเกิดอาการอุดตัน ทำไปสู่การอับเสบของเยื่อจมูก ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ

การรักษา : ควรพบแพทย์เพื่อทราบว่าเป็นไซนัสหรือไม่ หากเป็นไซนัสจะได้รับยาปฏิชีวะ เช่น Ibuprofen, acetaminophen หรือกรด acetylsalicylic มันสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้
 
อ้างอิง : https://www.canadianliving.com/health/prevention-and-recovery/article/what-you-need-to-know-about-five-types-of-headache
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การทดลองที่ประเทศอินเดียเผยว่า  นมแมลงสาบคือหนึ่งในน้ำนมที่มีคุณภาพและสารอาหารสูงที่สุดในโลก หากเทียบในปริมาณที่เท่ากัน
จิตเป็นนาย-กายเป็นบ่าว จิตแข็งแกร่งจะทำอะไรก็สำเร็จ นี่คือ 10 วิธีฝึกจิตที่นักจิตบำบัดแนะนำ