ON LOOKER

11 คำทำนายจากอีลอน มัสก์ เกี่ยวกับอนาคตโลก

12 ต.ค. 2561


1.ยานพาหนะทุกรูปแบบบนโลกเรา จะกลายเป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด

ยกเว้นเพียงแค่ยานอวกาศเท่านั้น แต่นอกเหนือจากนั้น ทั้งรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน เรือ จะเป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด และต้องไม่ใช่ระบบไฮบริด หรือลูกผสมระหว่างน้ำมันกับไฟฟ้า แต่เป็นไฟฟ้า 100% อีลอนดูจะมั่นใจกับเรื่องนี้มาก ว่ามันจะต้องเกิดขึ้น เพียงแต่เขายังไม่มั่นใจว่าจะใช้เวลาอีกกี่ปีนับจากนี้



2.ภายในหนึ่งทศวรรษนับจากนี้ รถยนต์ใหม่ครึ่งหนึ่งในประเทศอเมริกาจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า
เห็นได้จากการที่รถยนต์ออกใหม่ในอเมริกาในช่วง 1-2 ปีนี้ มีจำนวนของรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจากการที่แบรนด์รถยนต์หลายแรนด์หันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง
 


3.รถยนต์ระบบอัตโนมัติจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกคนในอีกไม่ถึง 20 ปี
อีลอน มัสก์เคยกล่าวไว้ในปี 2015 ว่า ภายใน 20 ปีนับจากนั้น รถยนต์ทุกคันจะมีระบบขับขี่และระบบการทำงานอัตโนมัติ รวมไปถึงจะไม่มีพวงมาลัยอีกต่อไป และการครอบครองรถยนต์ที่ไม่มีระบบขับขี่อัตโนมัติก็จะเปรียบได้กับการที่คนสมัยนี้ครอบครองม้า ที่เป็นเรื่องของความสวยงาม และรสนิยม มากกว่าการใช้งานจริง



4.คนทั่วโลกกว่าล้านคนต้องตกงาน จากการพัฒนาของรถยนต์ขับขี่ได้เอง
อีลอน มัสก์กล่าวในงานการประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกที่ประเทศดูไบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า เป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ารถยนต์แบบขับขี่ได้เองจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดแรงงาน และแม้กระทั่งหุ่นยนต์ก็ยังไม่สามารถต้านทานการเข้ามาของระบบอัตโนมัตินี้ได้
 

 
5.ระบบอัตโนมัติจะสร้างค่าแรงมาตรฐานที่เท่าเทียม
อีลอน มัสก์กล่าวว่า มีโอกาสสูงมากที่การเข้าสู่ยุคของระบบอัติโนมัติจะทำให้คนทุกคนได้ค่าจ้างในการทำงานเท่ากัน  หรือที่เรียกว่า Universal Basic Income เพราะอะไรๆ ก็ล้วนดำเนินการได้ด้วยระบบ ไม่ใช่คน



6.มนุษย์จะสามารถเดินทางไปเยือนดาวอังคารได้ภายในปี 2025 แน่นอน
เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่เพิ่งผ่านมา เขาคนนี้เล่าถึงแผนการไปดาวอังคารของเขาในงานประชุมการบินอวกาศนานาชาติว่า Space X หรือบริษัทสำรวจอวกาศเอกชนที่เขาก่อตั้ง จะทำให้มนุษย์สามารถเดินทางไปถึงดาวอังคารในปี 2025 ได้อย่างแน่นอน โดยที่จรวดของเขาจะเริ่มออกเดินทางจากโลกในปี 2024 และเขายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอยากจะทำให้ดาวอังคารเป็นที่ที่น่าอยู่อาศัยสำหรับมนุษย์ให้ได้


 
7.ระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์จะเป็นตัวอันตราย และมีพลังทำลายล้างมากกว่าอาวุธนิวเคลียร์เสียอีก
ถึงแม้ว่าจรวดมิสไซล์และระเบิดนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือจะทำให้ผู้คนทั่วโลกกังวลและหวาดกลัวถึงพลังทำลายล้างของมัน แต่อีลอน มัสก์กล่าวเสมอว่า สิ่งที่อันตรายมากกว่าคือ ระบบ AI ที่ถูกพัฒนาแบบก้าวกระโดดมาพร้อมกับความเจริญของโลกใบนี้

 

8.AI จะเป็นหนึ่งในชนวนเหตุของสงครามโลกครั้งที่สาม
เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาว่า มีความเป็นไปได้สูงที่การแข่งขันอย่างดุเดือดของระบบ AI ในระดับประเทศ จะเป็นต้นเหตุของสงครามโลกครั้งที่สาม ซึ่งสาเหตุที่เขาทวิตข้อความแบบนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า จากนี้ไป ประเทศไหนมีความสามารถในระบบ AI ที่สุด ประเทศนั้นแหละจะได้เป็นผู้ครองโลก

 

9.พลังทำลายล้างของหุ่นยนต์อาจมีมากกว่าที่คาดคิด
ตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์ที่สามารถเดินหรือวิ่งได้ไวในระดับที่คนปกติทั่วไปไม่สามารถทำได้ ความฉลาดในระบบของมันอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจผิดได้มาก ยกตัวอย่างเช่นการสร้างข่าวสารที่หลอกลวง ไม่จริง การสร้างอีเมลล์ปลอมเพื่อใช้กระจายข่าวสารที่ไม่จริงในวงกว้าง อีลอน มัสก์กล่าวว่า ปากกา อาจเป็นอาวุธที่อันตรายกว่าดาบที่แหลมคมเสียอีก

 


 
10.การคมนาคมของอนาคตจะต้องพึ่งพาอุโมงค์มากขึ้น
อีกหนึ่งบริษัทภายใต้การดำเนินงานของอีลอน มัสก์ อย่าง Boring Company ที่มีความมุ่งหวังจะสร้างระบบการเดินทางอุโมงค์ใต้ดินที่กรุงลอส แอนเจลิสของอเมริกา ที่จะใช้ระบบรางอิเล็กโทรนิกส์เพื่อให้รถเคลื่อนได้บนนั้น และจะสามารถทำความเร็วได้มากถึง 125 ไมล์ต่อชั่วโมง การเดินทางผ่านอุโมงค์จึงจะถือเป็นการเดินทางแห่งอนาคตอย่างแท้จริง
  

 
11.มนุษย์จะต้องพึ่งพาชิ้นส่วนของหุ่นยนต์ เพื่อการมีชีวิตรอด
อีกหนึ่งสิ่งที่อีลอน มัสก์กล่าวในงานการประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกที่ประเทศดูไบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็คือการเจอจุดเชื่อมต่อที่พึ่งพากันได้ระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ในที่สุด
 
แปลและเรียบเรียงจาก https://www.businessinsider.in/11-wild-predictions-elon-musk-has-made-about-the-future/articleshow/61999799.cms

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ด้วงเป็นแมลงที่เล็กที่สุดที่สามารถควบคุมได้มากที่สุด
กุญแจปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือเหมือนการใช้นิ้วแสกนปลดล็อกสมาร์ทโฟน