ON LOOKER

เห็ดเมารักษาอาการซึมเศร้าได้

18 ธ.ค. 2562
บางสิ่งที่หลายคนมองว่า นี่อาจเป็นสิ่งเสพติดผิดให้โทษ แต่คำถามคือสิ่งที่โตมาจากดินบางชนิดที่ถูกกฎหมายในหลายประเทศ กับบางประเทศที่ตีตราว่านี่ผิดกฎหมายแน่นอน อะไรคือมาตรฐาน? อย่างเช่น เห็ดเมา ชื่อก็บอกว่าเห็ดเมา แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่โตมาจากดินชนิดนี้สามารถรักษาผู้ป่วยอาการซึมเศร้าชนิดรุนแรงให้หายกลับเป็นปกติได้



หลายประเทศที่เจริญแล้วอย่างอังกฤษ มีคณะทีมวิจัยจากลอนดอน มหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ได้มีการวิจัยเรื่องเห็ดเมาอย่างเข้มงวด โดยใช้ผู้เข้ารับการทดลองเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จากนั้นมีการสกัดสารบางอย่างที่ออกมาจากเห็ดเมา ซึ่งพวกเขาเรียกว่า ซิโลไซบิน ใช้ผู้ป่วยทั้งหมด 19 คนและมีการสแกนสมองทั้งก่อนและหลังให้สารจากเห็ดเมา ซึ่งความน่าทึ่งของมันหลังจากที่ผู้ป่วยซึมเศร้าได้กินเห็ดเมาเข้าไป พวกเขาไม่กลับมามีอาการซึมเศร้าเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 5 สัปดาห์ และสมองบางส่วนจากการสแกนมีการทำงานที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ส่วนของสมองที่เปลี่ยนไปหลังจากได้กินเห็ดเมา
1.ส่วนสมองที่ทำหน้าที่ในการจัดการความกังวลและความกลัวที่เรียกว่า อะมิกดาลา เห็ดเมาเป็นเหมือนสารกระตุ้นเชิงบวกทางจิตประสาท และส่งผลให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่กลับมาเป็นอีก
2.ส่วนสมอง DMN มีการทำงานที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ป่วยหลุดจากวงจรนี้ได้

เสียงจากผู้ได้รับการทดลองส่วนใหญ่ กล่าวกันว่า เหมือนได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง มีการจัดระเบียบตัวเองใหม่ได้ดีมากขึ้น และรู้สึกมีบางอย่างกระตุ้นขึ้นมาใหม่ เนื่องจากผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีอาการที่สมองไม่เปิดรับสิ่งใดๆ หรือสมองปิดตายนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตามที การใช้เห็ดเมาเพื่อการรักษาผู้ป่วยอาการโรคซึมเศร้ายังคงจะต้องมีการทดลองทางการแพทย์อีกต่อไป เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการใช้รักษาได้จริง และใช่ว่าจะสามารถนำไปใช้โดยการหาเห็ดเมามาทานเอง เนื่องจากอาจเกิดความเสี่ยงหลายๆอย่างได้ แต่สำหรับในประเทศไทยเห็ดเมาหรือเห็ดขี้ควายยังเป็นสิ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และยังคงผิดกฎหมายและไม่สามารถนำมาใช้ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.bbc.com/news/world-us-canada-48185366
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผู้ที่ปั่นจักรยานเป็นประจำจะรักษาสภาพกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่ายกายไว้ได้มากกว่า
เจ้าอุปกรณ์สุดไฮเทคนี้มีชื่อว่า Upright จากบริษัทผู้ผลิตในอเมริกา ขนาดเพียง 10x3.7 วิธีใช้งาน คือติดเข้ากับหลังส่วนล่างขณะนั่งเรียนหรือนั่งทำงาน 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าผู้ใช้เผลอปล่อยหลังค่อม ตัวเซนเซอร์ในอุปกรณ์นี้จะจับได้ และจะทำการสั่นอย่างแรงเพื่อเตือนให้หลังตรง