ON LOOKER

เรื่องแปลกเกี่ยวกับไวน์ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้

1 พ.ย. 2561
1.ในยุคโรมันโบราณ การที่ผู้หญิงดื่มไวน์ไม่ได้เพียงแค่เป็นเรื่องที่รับไม่ได้เท่านั้น แต่ผู้เป็นสามีมีสิทธิ์ที่จะฆ่าภรรยาของตนเองได้เลยหากพบว่าเธอดื่มไวน์ ในยุคปี 194 ก่อนคริสตศักราช ปีนั้นเป็นปีที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาตร์โรมันว่ามีผู้ชายคนหนึ่งขอหย่ากับภรรยาเพียงเพราะพบว่าเธอชิมไวน์

2.เวลาดื่มไวน์ คุณจะรู้สึกซ่าๆ ที่บริเวณเหงือก นั่นเป็นเพราะฤทธิ์ของสารที่มีชื่อว่าแทนนิน (Tannin) ที่คุณไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในเนื้อไวน์ อย่างไรก็ตาม คุณประโยชน์ของแทนนินนั้นมีอยู่มาก ทั้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้อ่อนเยาว์แล้ว ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา จึงอาจใช้เป็นยาแก้ท้องเสียและสมานแผลได้ ทั้งนี้ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะด้วย

3.110 คือปริมาณแคลอรี่ในหนึ่งแก้วมาตรฐานของไวน์ โดยที่ไวน์ที่มีรสชาติหวานหน่อยก็จะบวกแคลอรีเพิ่มเข้าไปอี

4.ไวน์สีแดงอมม่วงหรือแดงเบอร์กันดีเป็นตัวแทนของจอกศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูที่คนผลิตไวน์ทั่วโลกรับรู้กันดี เหตุผลคือการที่จะได้มาซึ่งไวน์สีนี้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไร เพราะพันธุ์ขององุ่นที่นิยมใช้ทำไวน์คือ Pinot Noir และเป็นการยากมากที่จะหมักองุ่นพันธุ์นี้ให้ได้สีแดงอมม่วงกำลังดี จึงถือเป็นของหายาก 


 
5.ชาวยุโรปพยายามเอาเทคนิคใหม่ๆ ในการการตัดเก็บผลองุ่นมาใช้ในช่วงโลกใหม่ (New World) ในราวปีคริสตศักราชที่ 15 แต่กลายเป็นว่ามันนำพามาซึ่งแมลงที่เป็นอันตรายต่อการปลูกองุ่นอย่างหนักนามว่า Phylloxera vastatrix เพราะพวกมันคือแมงตัวเล็กที่กินรากองุ่นเป็นอาหาร ดังนั้น พื่อรักษาพืชผลของตนเองไว้ให้ได้ ชาวยุโรปเลยตัดสินใจใช้รากองุ่นของชาวอเมริกันมาปลูกในพื้นที่ของตน และทำให้มีคำว่า Pre-Phylloxera wine เกิดขึ้นในยุโรปในช่วงเวลานั้น ที่หมายความถึงไวน์ทั้งหมดที่ถูกผลิตขึ้นก่อนที่เจ้าแมลงระบาดนี้จะเข้าทำลายไร่ไวน์เกือบ 70% ทั่วทั้งยุโรปในราวปี 1860

6.ในยุคโบราณ ไวน์ถูกเก็บในภาชนะที่เรียกว่า Wineskins ซึ่งทำมาจากหนังสัตว์ โดยเฉพาะหนังหมู โดยถูกนำไปทำความสะอาดก่อนจะนำไปตากให้แห้ง ก่อนจะกลับเอาด้านนอกของหนังเข้ามาข้างใน เพื่อที่ส่วนที่เป็นขนของหมุจะอยู่ภายใน เพราะฉะนั้นในช่วงนั้น ไวน์ที่ถูกบรรจุอยู่ภายในภาชนะนี้จะถูกสัมผัสกับขนหมูตลอดเวลา

7.หากจะพูดถึงปริมาณของพืชผัก และผลไม้ทั่วโลกที่ถูกปลูกและเก็บเกี่ยว องุ่นสำหรับทำไวน์ถือเป็นพืชผลที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก โดยวัดจากปริมาณพื้นที่ของการเพาะปลูกทั่วโลก

8.องุ่นน้ำหนัก 1 ตัน สามารถนำมาใช้ผลิตไวน์ได้ 60 ลัง และในแต่ละลังนั้นคือ 12 ขวด แปลว่าองุ่นน้ำหนัก 1 ตันสามารถผลิตไวน์ได้มากถึง 720 ขวด


 
9.ในปี 1922 หลุมฝังศพของทุตอังค์อามุน (Tutankhamen’s tomb) ฟาโรห์อียิปต์จากราชวงศ์ที่ 18 ผู้ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ราวปีที่ 1332 ถึง 1323 ก่อนคริสตกาล ได้ถูกค้นพบและถูกเปิดออก เชื่อไหมว่า ในนั้นมีโหลไวน์ที่ถูกฝังลงไปพร้อมกับศพด้วย และเป็นโหลที่ถูกปิดและติดฉลากที่ระบุปีที่ผลิตของไวน์โหลนั้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีชื่อของผู้ผลิตไวน์และคอมเมนท์เกี่ยวกับรสชาติของไวน์โหลนั้นอยู่ด้วยว่า very good wine หรือว่า เป็นไวน์ที่รสชาติดีมาก ซึ่งการมีฉลากที่ชัดเจนแบบนี้ถือเป็นกฏหมายของการผลิตไวน์ในหลายประเทศทั่วโลก
 
10.มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลในหลายประเทศคือสองหน่วยงานหลักที่มีรายได้หลักมาจากไวน์ นอกเหนือจากอารามและโบสถ์ ที่ไวน์มีความสำคัญกับการทำพิธีทางศาสนา โดยเป็นสัญลักษณ์แทนพระโลหิตของพระเยซู หนึ่งโรงพยาบาลที่มีรายได้หลักจากไวน์คือ Hôtel-Dieu ที่เมือง Beaune ประเทศฝรั่งเศส โดยที่ตอนนี้ถูกแปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว
 
11.ผู้หญิงจะรู้สึกถึงฤทธิ์ของไวน์ได้ง่ายกว่าผู้ชาย นั่นเป็นเพราะกระเพาะอาหารของผู้หญิงมีปริมาณของเอนไซม์ดีไฮโดรจีเนส (Dehydrogenase) ที่ทำหน้าที่เคลือบกระเพาะอาหารน้อยกว่าผู้ชาย ซึ่งเอนไซม์ชนิดนี้ช่วยในการเผาผลาญแอลกอฮอล์ในร่างกาย 
 
12.Le Donne del Vino คือชื่อขององค์กรหญิงล้วนองค์กรแรกที่มีขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้เล็งเห็นถึงบทบาทหน้าที่และความสำคัญของผู้หญิงในอุตสาหกรรมผลิตไวน์ ถูกก่อตั้งขั้นเมื่อปี 1988 ที่ประเทศอิตาลี 
 
ข้อมูลจาก
https://factslegend.org/30-odd-wine-trivia-will-just-love-read/
https://dict.drkrok.com/bce-ce/

ภาพประกอบ
https://www.pexels.com
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจสหรัฐอเมริกา ในรัฐ New Mexico เข้าช่วยเหลือ เด็ก 11 คน ที่ขาดสารอาหารอย่างหนัก เนื่องจากอยู่ในบริเวณพื้นที่สกปรก บนทะเลทรายที่ห่างไกลออกไป
 
ทอมก้องร้องทุกข์ครั้งนี้ ลงพื้นที่ไปพบกับความเดือดร้อนของประชาชนคนเดินถนน ที่เดินบนฟุตปาธอยู่ดีๆ ก็ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินขึ้นมาซะอย่างนั้น เมื่อมีมอเตอไซค์คันแล้วคันเล่าขึ้นมาแว้นบนทางเท้าแทบจะเฉี่ยวชน เอ๊ะ! แต่นี่มันทางคนเดินไม่ใช่เหรอ ทอมก้องจะหาทางออกให้เรื่องนี้อย่างไร ต้องติดตาม