ON LOOKER

อายุขัยคนอเมริกันลดลงต่อเนื่องเหตุยาเสพติดและฆ่าตัวตาย

3 ธ.ค. 2561
(ภาพโดย Tobias Tullius จาก Unsplash)

อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนอเมริกันสั้นลงต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยมีสาเหตุหลักมาจากการฆ่าตัวตายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการใช้ยาเสพติดเกินขนาด

สถิติจากศูนย์ควบคุมและการป้องกันโรคแห่งชาติของอเมริกา หรือ NCHS ให้ข้อมูลว่า  ในปี 2017 อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนอเมริกันอยู่ที่ 78.6 ปี โดยตกลงจากปี 2016 ที่อยู่ที่ 78.7 ปี

ถึงแม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะดูเหมือนไม่มากนัก แต่ก็แสดงถึงการลดลงอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่สามและถือเป็นปรากฎการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ เพราะนี่คือครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปี 1960 ที่อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนอเมริกันตกลงต่อเนื่องถึงสามปี 

โดยสาเหตุนั้น นอกจากจะมาจากอัตราการฆ่าตัวตายและการใช้ยาเสพติดเกินขนาดแล้ว ยังมีอาการป่วยบางอาการที่ทำให้คนอเมริกันเสียชีวิตมากขึ้น เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมองรวมถึงการติดเชื้อต่างๆ เช่นไข้หวัดใหญ่ และปอดอักเสบ ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและมะเร็งกลับลดน้อยลง หลังจากที่สองโรคนี้เคยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของชาวอเมริกันและในหลายประเทศทั่วโลกมาช้านาน

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว (2017) อัตราการเสียชีวิตจากการใช้ยาเสพติดเกินขนาดของชาวอเมริกันมีมากถึง  70,237 ชีวิตและถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดตลอดกาล โดยมาจากการเสพเฮโรอีนมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีเฟนตานิล ซึ่งถือเป็นยาในกลุ่มโอพิออยด์ (opioid) ใช้ระงับอาการปวด และเป็นส่วนประกอบของยาดมสลบ ซึ่งหากนำมาใช้ผิดวิธี ก็ถือเป็นยาเสพติดได้ โดยมีการนำไปเสพร่วมกับเฮโรอีนและโคเคน และเมื่อเปรียบเทียบสถิติการเสียชีวิตจากการใช้ยาเสพติดเกินขนาดระหว่างปี 2016 กับ 2017 นั้นถือว่ามีตัวเลขเพิ่มขึ้นมากถึง 45% 
 

(ภาพโดย VanveenJF จาก Unsplash)

ส่วนตัวเลขด้านการฆ่าตัวตายในปี 2017 นั้นเพิ่มขึ้นมาประมาณ 3.7% จากปี 2016 หรือในทุกๆ 100,000 คน จะมีคนฆ่าตัวตาย 14 คน และหากลองเปรียบเทียบกับราว 20 ปีที่แล้ว หรือในปี 1999 อัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 10.5 ต่อ 100,000 คนเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีความน่าเป็นห่วงในหมู่วัยรุ่นหญิงอเมริกันที่พบว่าพยายามฆ่าตัวตายกันเพิ่มมากขึ้น โดยมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นราว 70% หากเปรียบเทียบระหว่างปี 2010 กับ 2016 แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจว่า ถึงแม้ว่าคนที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายจะเป็นเพศหญิงมากกว่า แต่คนที่ทำสำเร็จจริงๆ กลับเป็นเพศชายมากกว่า 

และถึงแม้ว่าสถิติดังกล่าวอาจฟังดูน่าหดหู่ใจ แต่ก็ยังมีเรื่องที่น่ายินดีว่า ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและโรคมะเร็งลดลงมาก โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงถึง 2.1% แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมการตรวจหามะเร็งและการรักษาที่ดีขึ้น เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำหน้าขึ้น เช่นการพัฒนาและรณรงค์ให้ผู้คนฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือ HPV กันมากขึ้น รวมไปถึงเทรนด์การสูบบุหรี่ที่ลดลง และการรณรงค์เรื่องสุขภาพจากภาคส่วนต่างๆ และเทรนด์ดูแลสุขภาพที่ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นของสองโรคนี้ ส่วนการฆ่าตัวตายและการใช้ยาเสพติดเกินขนาดนั้นก็ต้องระมัดระวังและหามาตรการที่ดีขึ้นกันต่อไป

แปลและเรียบเรียงจาก http://time.com/5464607/us-life-expectancy-2017/
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
“โรคออฟฟิศซินโดรม” โรคนี้ไม่ได้จำกัดแค่พนักงานออฟฟิศเท่านั้นที่จะเป็นได้ คนที่นั่งเล่นโทรศัพท์ หรือเล่นคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้
         ผ่านไปแล้วกับการเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศส   และผลก็อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้ชนะคือ  นายเอ็มมานูเอล  มาครง  ผู้สมัครวัย 39 ปี ที่เอาชนะคู่แข่งคือ นางมารีน  เลอ แปน ไปได้