ON LOOKER

องค์การอนามัยโลกเผย "การฆ่าตัวตาย" บนโลกเกิดขึ้นทุก 40 วินาที

11 พ.ค. 2561
เมื่อชีวิตคนเราต้องเผชิญกับเรื่องราวที่เกินกว่ากำลังความสามารถของชีวิตเราจะรับได้ เราจะเกิดความเครียดจนถึงขีดสุด เมื่อทนกับความทุกข์ทางอารมณ์ไม่ไหว พวกเขาจะรู้สึกว่าไม่มีใครช่วยได้ นำไปสู่การแยกตนเองจากสังคม ซึ่งทำให้ทุกข์หนักยิ่งกว่าเดิม รู้สึกอับจนหนทาง และสิ้นหวัง ท้ายที่สุดระบบความคิดของเราจะชักนำให้รู้สึกประหนึ่งว่าความตายเป็นทางเลือกเดียวของชีวิตในการหลุดพ้นจากความทุกนั้นๆ สุดท้ายก็จะเกิดความคิดว่าการฆ่าตัวตายในที่สุด โดยในแต่ละปีมีคนจำนวน 800,000 กว่าคนทั่วโลกตัดสินใจจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย นั่นหมายความว่ามีคนในโลกจบชีวิตของตนเองทุก 40 วินาที จำนวนนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และผิดกฎหมายในบางประเทศ ด้วยเหตุนี้จึงมีรายงานต่ำกว่าที่เป็นจริง การฆ่าตัวตายเกิดขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก ทั้งในประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน ล่าสุดองค์การอนามัยโลกหรือ WHO เปิดเผยว่าราว 75 เปอร์เซ็นต์ของการฆ่าตัวตายทั้งหมด เกิดขึ้นในประเทศรายได้ต่ำถึงรายได้ปานกลาง และคนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงคือเด็กวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวอายุ 20 ปีต้นๆ
 


แต่ได้มีการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ว่า เราสามารถป้องกันการฆ่าตัวตายได้ โดโรธี พอว์ กล่าวว่าตนเองอายุเพียง 9 ปีตอนที่บิดาฆ่าตัวตาย เธอมาเยี่ยมที่หลุมฝังศพของพ่อที่สุสานอาร์ลิงตั้น (Arlington Cemetery) ซึ่งเป็นสุสานเฉพาะสำหรับทหารวีรบุรุษ โดยพ่อของ เธอยิงตัวเองเสียชีวิตตอนที่เธออยู่ที่สระว่ายน้ำ พอว์บอกว่าวัยเด็กของเธอสิ้นสุดลงในวันที่พ่อเสียชีวิต เพราะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตัวเองหมดสิ้นความรู้สึกมั่นคง และมองว่าโลกนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เธอมองว่าสำคัญมากที่คนทั่วไปต้องไม่มองว่าคนที่ฆ่าตัวตายตนเองเป็นคนขี้ขลาด เพราะบิดาของเธอเป็นคนกล้าหาญ เป็นทหารรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ว่าตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ทางจิตใจมากเกินจะรับไหว และเกือบ 50 ปีต่อมา พอว์ต้องประสบกับความสูญเสียแบบเดียวกันนี้อีกครั้ง เมื่อปีเตอร์ ลูกชายของเธอปลิดชีวิตตัวเองในปี 2012 ตอนนั้นลูกชายของเธออายุได้เพียง 25 ปี โดยลูกชายของเธอซื้อปืนมาหนึ่งกระบอกเพื่อใช้ในการฝึกยิงกับน้องชาย และใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว เพราะเขาคิดว่าแถวบ้านที่เขาอยู่ไม่ปลอดภัย

พอว์มองรูปของลูกชายที่จากไปของเธอด้วยความอาลัย เธอบอกว่ารูปนี้เป็นรูปถ่ายของลูกชายที่เธอชอบมาก เพราะมีรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าของลูก ที่มีดวงตาสีฟ้าดูเคร่งขรึม ใส่ใจและกำลังมองดูโลกด้วยความรัก และการฆ่าตัวตายของปีเตอร์ สร้างผลกระทบต่อทั้งน้องชาย แฟนสาว ตัวเธอเองและสามี เป็นผลกระทบที่คงอยู่ยาวนาน ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะทำใจได้ พอว์ ยังกล่าวว่าประสบการณ์ที่แสนเจ็บปวดทั้งสองครั้งนี้ บันดาลใจให้เธอออกมารณรงค์การป้องกันการฆ่าตัวตาย เธอบอกว่าหากคุณเห็นใครที่คิดว่ากำลังมีปัญหา ให้ถามตรงๆ ว่ากำลังคิดจะฆ่าตัวตายอยู่หรือเปล่า แม้ว่าจะไม่ใช่บทสนทนาที่น่าพึงประสงค์แต่ก็ดีกว่าการจบลงด้วยงานศพ เธอต้องการรณรงค์ให้คนทั่วไปเข้าใจว่าการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องที่ป้องกันได้



อย่างไรก็ตาม ทางด้านผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเราสามารถป้องกันการฆ่าตัวตายได้หากรัฐบาลในประเทศต่างๆ มีนโยบายออกมาป้องกันการเสพสุรา และยาเสพติด ทำให้การครอบครองอาวุธปืนปลอดภัยมากขึ้น ให้บริการด้านคำปรึกษา และช่วยเหลือคนที่เป็นโรคซึมเศร้าและโรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้า พอล จอนฟรีโด ประธานหน่วยงาน Mental Health America ที่รณรงค์ต่อต้านการฆ่าตัวตาย กล่าวว่า เขาเทียบคนที่เป็นโรคจิตเภทเหมือนกับคนที่เป็นมะเร็งในระยะต่างๆ และเมื่อคนมาถึงจุดที่ต้องการฆ่าตัวตายก็เทียบได้กับการเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย



และหากเราพบเจอคนที่เข้าข่ายว่าจะตัดสินใจฆ่าตัวตายเราจะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร ขั้นตอนง่ายๆ อันดับแรกขอให้สนใจกับสิ่งที่เขาพูดอย่างจริงจัง อย่าคิดว่าเขาพูดเล่นๆ เรียกร้องความสนใจ หรือเขาคงไม่ทำหรอก เรื่องไม่เห็นจะรุนแรงอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาจะรุนแรงมากหรือน้อย เราตัดสินจากความเห็นของเราไม่ได้ แต่ละคนก็เห็นปัญหาต่างกัน จริงๆ แล้วไม่ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาใหญ่หรือรุนแรงแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่ที่เขามองปัญหาอย่างไรต่างหาก บางครั้งการพยายามฆ่าตัวตายก็เป็นการร้องขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เราอาจคิดว่าการที่เขาฆ่าตัวตายแสดงว่าเขาได้ตัดสินใจแน่นอนแล้ว คงเปลี่ยนใจเขายาก แต่จริงๆ แล้วจากการศึกษาพบว่าส่วนใหญ่คนที่ฆ่าตัวตายจะมีความรู้สึกสองจิตสองใจจริงๆ แล้วเขาอยากมีชีวิตอยู่ แต่เขาทนความปวดร้าว ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นไม่ไหว ถ้าความทุกข์นี้ลดลงหรือได้รับการช่วยเหลือ หรือมีคนชี้แนะ ความคิดอยากตายมักหายไปในที่สุด  สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การฟัง” ไม่ต้องไปมัวคิดว่าจะพูดอะไร หรือหวังว่าจะมีคำคมที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจ มีกำลังใจขึ้นมา เพียงแต่เรามีความจริงใจ มีความปรารถนาดีที่จะช่วยเขา จะเข้าใจเขา ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะออกมาเองตามธรรมชาติ เขารับรู้ได้ถึงความจริงใจของเรา เปิดโอกาสให้เขาได้พูด พยายามให้เขาเล่าเรื่องให้เราฟัง รับฟังโดยมองตามมุมมองของเขา อย่าเพิ่งไปขัดหรือแย้งเขา ให้เขารู้ว่าเราพร้อมเสมอที่จะรับฟังเขา เราอยู่ข้างเคียงเขาเสมอ เชื่อเถอะว่ามนุษย์ทุกคนล้วนต้องการสักคนที่เข้าใจ และรับฟัง
 
ขอบคุณข้อมูลจาก www.voathai.com และ www.med.mahidol.ac.th
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2012 เขาได้ขับรถไปพบกับป่าใกล้เมืองและคิดว่าที่นี่เป็นที่ที่ดีและเหมาะกับการพัก จนเขาได้พบกับเหตุการณ์หิมะปกคลุมทับถมรถของเขาอย่างรวดเร็ว ซึ่งอุณหภูมิในช่วงนั้น ติดลบถึง 30 องศาเลยทีเดียว 
D’banj เสียชีวิตด้วยวัยเพียงหนึ่งขวบ สาเหตุจากการจมน้ำในสระว่ายน้ำที่บ้านของเขาเอง ณ เมืองลากอส