ON LOOKER

เมื่อมนุษย์เสี่ยงกินอาหารทะเลไปพร้อมๆกับขยะพลาสติก

3 ก.ย. 2562
เคยคิดไหมว่า หลังๆมานี้เราจะพบเห็นข่าวหลายสำนัก รายงานข่าวเรื่องสัตว์ทะเลกินเศษขยะพลาสติกเข้าไป และล้มตายมากมาย แต่ก็คงมีสัตว์ทะเลหลายประเภทที่กินพลาสติกเข้าไปและถูกนำมาเป็นอาหารมนุษย์โดยไม่รู้ตัว แบบนี้เป็นไปได้ไหมว่ามนุษย์โลกที่ชอบรับประทานอาหารทะเลจะกินขยะพลาสติกไปพร้อมๆกับสัตว์ทะเลสุดแสนอร่อย



มีการคาดการณ์ว่าสำหรับผู้ที่ชื่นชอบซีฟู๊ด มีโอกาสเสี่ยงกินพลาสติกที่มีอนุภาคขนาดเล็กมาก ที่มาจากสัตว์ทะเล เป็นอนุภาคเล็กจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และอาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพของเรา งานวิจัยตัวนี้รายงานว่าขณะนี้เป็นไปได้ว่า 99% อนุภาคพลาสติกขนาดเล็กถูกแทรกซึมในเนื้อของสัตว์ทะเลซีฟู๊ด หากมนุษย์รับประทานเข้าไปมีโอกาสที่จะถ่ายออก แต่ก็ยังคงมีสารตกค้าง คิดเป็นหนึ่งเปอร์เซ็นต์จะถูกดูดซับภายในร่างกายมนุษย์ในที่สุด ซึ่งอาหารทะเลซีฟู๊ดดังกล่าว ก็หนีไม่พ้น กุ้งหอยปูปลานั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตามทีขอบเขตการศึกษางานวิจัยนี้ เป็นการศึกษาเพียงหอยนางรมและหอยแมลงภู่ภายในฟาร์มบางส่วนจากทะเลทางตอนเหนือของยุโรปเท่านั้น ยังไม่มีการศึกษาในทะเลที่อื่นๆ ทางด้านทีมวิจัยได้นำเนื้อเยื่อของหอยสองชนิดนี้มาตรวจสอบปริมาณ ราว 20 กรัม พบว่ามีอนุภาคพลาสติกในเนื้อหอยเพียง 0.42 อนุภาค/กรัม นี่ยังคงเป็นอนุภาคที่ค่อนข้างน้อยอยู่ และได้มีการนำข้อมูลการกินอาหารจากชาวเบลเยี่ยมในวัย 65-74 ปี 17 คน มาคำนวณ โดยกลุ่มคนเหล่านี้โดยปกติจะกินหอยสองชนิดนี้ราว 27 กิโลกรัม/ปี แต่ก็เป็นข้อมูลที่ค่อนข้างดึกดำบรรพ์ไปแล้ว เพราะปัจจุบันค่าเฉลี่ยการกินหอยของชาวยุโรปน่าจะสูงกว่านี้



แต่ในปี 2000 ได้มีการสำรวจโดยวิจัยกลุ่มคนชาวอังกฤษ 58 คนที่มีการกินหอยแมลงภู่เฉลี่ย 14.3 กรัมต่อวัน หากใช้เกณฑ์คำนวณเดียวกัน คือ พลาสติก 0.42 อนุภาค/อาหารทะเล 1 กรัม คือใน 1 ปี คนอังกฤษกลุ่มนี้รับอนุภาคพลาสติก 2,192 อนุภาค เข้าสู่ร่างกาย อุ่นใจขึ้น เพราะจากงานวิจัยของเบลเยี่ยม ได้ระบุยอดที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือมนุษย์ได้รับอนุภาคพลาสติกไปถึง 11,000 อนุภาค ถือว่าเป็นตัวเลขที่มากเกินไป

และยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้แน่ชัดว่า อนุภาคจำนวนดังกล่าวที่มนุษย์อาจรับเข้าไปสู่ร่างกาย จะเป็นผลทำให้เกิดโรคมะเร็งร้ายตามที่มีหลายฝ่ายกังวลหรือไม่ แต่ก็ยังจะมีการตรวจสอบและศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมอย่างแน่นอน การที่มนุษย์เราทิ้งขยะหลายล้านตันปล่อยลงสู่ทะเลอันสวยงาม ส่งผลให้ชิ้นส่วนพลาสติกเกิดการฉีกขาดเป็นขนาดเล็กๆ คิดเป็น 5 ล้านชิ้นทั่วโลก ผ่านไปหลายร้อยปีกว่าจะย่อยสลายได้ และสำคัญคือสัตว์ทะเลอย่างหอยนางรมและหอยแมลงภู่ทำหน้าที่กรองน้ำทะเลที่ไหลผ่านประมาณ 20 ลิตรต่อวัน เป็นผลให้รับอนุภาคพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ทางที่ดีการแก้ไขที่ต้นเหตุ คือการหยุดการทิ้งขยะลงทะเลน่าจะเป็นผลที่ดีกว่า การหาทางแก้ไขและรักษาสุขภาพของตัวเองในภายหลัง

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.bbc.com/news/science-environment-42270729
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
แหวนขนาดกะทัดรัดให้คุณสวมใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีเซนเซอร์จับอัตราการเต้นของหัวใจ สามารถติดตามผลการออกกำลังกายและการนอนในแต่ละวันได้อย่างแม่นยำ
เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้มีผู้เสียชีวิต แต่บาดเจ็บถึง 85 คน รวมนักบิน สาเหตุหลักเกิดจากลมกระโชกแรง ส่งผลให้เครื่องดิ่งลงกระทันหัน