ON LOOKER

ยาใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งคือการออกกำลังกาย

8 พ.ค. 2561
เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายช่วยให้สุขภาพดีขึ้น เรารู้ว่าการออกกำลังกายช่วยให้น้ำหนักลด ช่วยปรับสมดุลอารมณ์ และช่วยในการนอนหลับให้ดี และยังช่วยควบคุมระดับพลังงาน ร่วมทั้งกระตุ้นการมีเพศสัมพันธ์ แถมยังลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่นโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ตอนนี้แพทย์จากสมาคมเนื้องอกวิทยาแห่งประเทศออสเตรเลีย (COSA) เชื่อว่าผู้ป่วยมะเร็งทุกรายควรออกกำลังกาย เพราะเป็นยาที่ช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งได้อย่างดี  พร้อมแนะให้แพทย์ทุกคนควรจะกำหนดเรื่องการออกกำลังกายให้ผู้ป่วยมะเร็งเสมือนเป็นหนึ่งในยาการรักษาอีกด้วย แพทย์จาก COSA แนะนำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรออกกำลังกายโดยเฉลี่ย 150 นาทีต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหักโหม หรือรุนแรงเกินไป เพียงแค่เดินวิ่งจ๊อกกิ้ง ขี่จักรยาน หรือเดินขึ้นลงบันไดก็ได้



นอกจากนี้ยังแนะนำเรื่องของการออกกำลังกายด้วยการฝึกความต้านทานสองถึงสามแบบ เช่นการยกน้ำหนักในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งแพทย์สามารถปรับใบสั่งยาตามความสามารถของผู้ป่วยได้ หลังจากที่มีการวิจัยมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับสิ่งที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็ง หนึ่งในการศึกษาพบว่าการออกกำลังช่วยลดความเมื่อยล้า และความทุกข์ทรมานทางอารมณ์ ให้ดีขึ้นในหมู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการรังสีในการรักษา หลักฐานที่อ้างถึงในคำแนะนำของ COSA พบว่าการออกกำลังกายเป็นประโยชน์เพราะช่วยลดผลข้างเคียงบางส่วนของการรักษามะเร็ง ลดโอกาสในการเกิดมะเร็งชนิดใหม่และโรคอื่น ๆ และลดโอกาสที่มะเร็งจะฆ่าผู้ป่วย



อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกวิทยาไม่ได้บอกผู้ป่วยเกี่ยวกับประโยชน์ของการออกกำลังการ และเนื้อหาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Oncology ระบุว่าโปรแกรมการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยชาวอเมริกัน และแคนาดาเป็น "การออกกำลังกายคือการรักษาทางเลือก ไม่ใช่การรักษาตามหลักสูตรของในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง" และรายงาน COSA กล่าวว่าชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็งไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการออกกำลังกายอย่างใดอย่างหนึ่ง COSA แนะนำให้นักเนื้องอกวิทยาทุกคนควรแนะนำผู้ป่วยไปพบนักสรีรวิทยาการออกกำลังกาย หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อช่วยให้พวกเขาพัฒนาตารางการออกกำลังกายของตนเอง
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
www.newsweek.com
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
พ่อที่ได้ช่วยชีวิตลูกชายวัยทารกโดยใช้ทักษะ การทำ CPR ซึ่งเรื่องนี้ได้กระตุ้นให้ผู้อื่นสนใจอยากเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
         ผ่านไปแล้วกับการเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศส   และผลก็อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้ชนะคือ  นายเอ็มมานูเอล  มาครง  ผู้สมัครวัย 39 ปี ที่เอาชนะคู่แข่งคือ นางมารีน  เลอ แปน ไปได้