ON LOOKER

ยังจำกันได้ไหมว่า Facebook เคยมีหน้าตาและโฉมแบบใด มาดูกัน

29 ม.ค. 2561
เมื่อสิบปีที่แล้ว Mark Zuckerberg ได้พลิกประวัติศาสตร์เปิด โดยการเปิดโลกของการก่อตั้งเว็บไซต์ The Facebook และเชิญนักเรียนที่ Harvard  ที่ที่เขาเรียนอยู่และจากนั้นก็กระจายเผยแพร่ไปทั่วโลก และมีการชักชวนเพื่อนฝูง ให้มาดูและรู้จักกับคำว่า friend, poke, share บนเว็บไซต์ของเขา เว็บไซต์ของเขามีความตั้งใจให้คนตระหนักและรับรู้เรื่องของกันและกันมากขึ้นในทุกๆขณะ เหมือนว่าได้อัพเดทใกล้ชิดกันเสมอ แม้เรียนจบหรือห่างกันไปแล้ว

ในทศวรรษที่ผ่านมานับตั้งแต่มีเครือข่ายทางสังคมออนไลน์หลากหลายเกิดขึ้นมาได้สักพัก The Facebook ได้มีการตัดสินใจในการตัด The ออก และมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นใน Facebook

หลายๆคนอาจลืมไปแล้วว่าหน้าตาของ Facebook นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ซึ่งถ้าคุณคือคนที่เล่น Facebook มาเนิ่นนานคุณก็จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่หลากหลายจากการปรับเปลี่ยนโฉมและเนื้อหาต่างๆที่เกิดขึ้น

ตอนนี้ Facebook เป็นที่ตั้งของผู้ใช้ ตั้งแต่ คนดัง นักธุรกิจสมาชิกสภาคองเกรส หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง เมื่อ Facebook ก้าวขึ้นมีบทบาทเป็นอย่างมากในทุกวันนี้และอาจจะในทศวรรษหน้าต่อๆไป เราอยากชวนเชิญให้ดูย้อนกลับไปในช่วงต้นปียุคของเครือข่ายสังคมอย่าง Facebook ที่มีวิวัฒนาการของสร้างหน้าโปรไฟล์และฟีดข่าวที่มีคุณลักษณะใหม่ๆหรืออัพเดทตลอดเวลา ที่เพิ่มเข้ามาตลอด



1.Facebook ออกมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2547 ณ โรงเรียนเก่าของ Zuckerberg มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หนึ่งเดือนหลังจากนั้นมันก็ไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดโคลัมเบียและเยลและเมื่อ 1 พ. ค. 2548 มีคนเข้ามาใช้และให้การสนับสนุน 800 เครือข่ายมหาวิทยาลัย 



2.ในปี พ.ศ. 2548 รายละเอียดเกี่ยวกับ The Facebook มีรายละเอียดมากมายที่คุณอาจพบในโปรไฟล์ Facebook เต็มไปหมดในยุคนั้น  และมันยังคงมีหน้าตาเหมือนกับ MySpace อยู่มาก



3.เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2548 thefacebook.com ได้เผยว่าเขาจะตัด "the" อย่างเป็นทางการและกลายเป็น facebook เฉยๆ ซึ่งเป็นการปูทางสำหรับการออกแบบอะไรใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีพ. ศ. 2549 เช่นการเปลี่ยนไปมีภาพโปรไฟล์ขนาดใหญ่และแบบอักษรที่นุ่มนวลดูสบายตาขึ้น 



4.หนึ่งปีต่อมา Facebook ได้ปรับโฉมให้ดูมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นซึ่งรวมถึงการเพิ่ม Mini-Feed หรือ Timeline ของกิจกรรมต่างๆของเพื่อนโดยตรงบนโปรไฟล์ของเราเลย หลายสัปดาห์หลังจากที่ Mini-Feed ได้เผยแพร่ไปแล้ว Facebook ก็ย้ายออกไปและไปแจ้งเตือนทางอีเมลแทน 



5.ฤดูร้อน พ.ศ. 2551 เป็นรุ่งอรุณของ "Facebook ใหม่" ซึ่งรวมถึงแถบเมนูที่สะอาดตาขึ้นด้านบนตลอดจนแท็บที่แบ่งแยกกิจกรรมและข้อมูลโปรไฟล์อื่น ๆอย่างชัดเจน 



6.ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 Facebook ยังได้เปิดตัวหน้าแรกใหม่ เพิ่มเครื่องมือ Publisher จากโปรไฟล์ผู้ใช้ไปยังหน้าแรกหลักเพื่อให้คุณโพสต์ลิงก์รูปภาพวิดีโอหรือเขียนบันทึกโดยไม่ต้องคลิกเพิ่ม 



7.ในปี พ.ศ.2553 ดูเหมือนจะเป็นเวลาสำหรับการตกแต่งหน้าโปรไฟล์ของเรา มันมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่สุด คือการเอารูปถ่ายที่ปรากฏอยู่ด้านบนสุดของหน้า 



8.การเปิดตัว Open Graph ในปี 2010 ได้เพิ่มกิจกรรมนอก facebook ลงในไทม์ไลน์ ซึ่งมีการให้เห็นถึงกิจกรรมที่เราทำหรือดูนอก Facebook แต่บางคนไม่ได้สังเกตเลยว่าพวกเขาแชร์กิจกรรมเหล่านั้นลงไปในหน้าของตัวเองด้วย บางครั้งก็เกิดความอับอายบ้าง



9.Zuckerberg ได้เริ่มการประชุมกับผู้พัฒนา f8 ในปีพ.ศ. 2554 ด้วยอินเทอร์เฟซ Facebook ใหม่ที่มีความพยายามอย่างมากในการอยากให้ผู้ใช้ "บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตของคุณบน  Timeline พร้อมนำเสนอภาพหน้าปกหรือ Cover ที่มีขนาดใหญ่และการจัดเรียงโพสต์ที่คล้ายกับ Pinterest ซึ่งอยู่ถัดจากหน้าโปรไฟล์ของคุณ 


 
10.มีการเปิดอนุญาตให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์รวมแอปพลิเคชันกับแพลตฟอร์มของ Timeline เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำสิ่งต่างๆแบบเฉพาะ เช่นรายการเพลง หรือเรื่องของกีฬาได้ ข้าง Timeline หลักได้



11.ในช่วงต้นปี 2555 Facebook เปิดตัวโปรแกรมดูรูปภาพใหม่ที่แสดงภาพขนาดใหญ่พร้อมสามารถแสดงความคิดเห็นและมีโฆษณาเปลี่ยนไปทางด้านขวามือแทน

12.ในเดือนมีนาคม 2556 Timeline มีการอัปเดตเล็กน้อย ทำให้เกิดการคล่องตัวมากขึ้นในการใช้ facebook ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่างๆบนเว็บไซต์รวมถึงการใช้ facebook ผ่าน application มือถือที่ดีขึ้น



13.ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Facebook ได้ดำเนินการคล้าย Twitter มีการให้ความสำคัญกับ แฮชแท็ก มากขึ้น และเพิ่มการทำ ระบบยืนยันตัวตนสำหรับคนดัง 
 
https://www.pcmag.com/feature/320360/10-years-later-facebook-s-design-evolution/12
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ว่ากันว่าเดทแรกนั้นหากไม่ดีไปเลย ก็แย่ไปเลย แต่วันนี้เราจะมาบอกเล่าเรื่องราวของ 5 คู่แต่งงานที่เดทแรกของพวกเขานั้น ออกจะฟังดูแปลกสักหน่อย เรียกว่าดีมากก็ไม่ได้ หรือจะว่าแย่มากก็ไม่ได้เช่นกัน
 
ร้อยละ 90 ของคนในประเทศไทยไม่มีใครทราบว่า ต้นกำเนิดของเครื่องดื่มรูทเบียร์เป็นมายังไง ทำมาจากอะไร และเป็นเบียร์จริงๆหรือเปล่า เรามาหาคำตอบกัน…