ON LOOKER

Pathological Liar โรคหลอกตัวเอง

1 ก.ค. 2562
หนึ่งความเข้มข้นของซีรีส์เรื่อง ‘พรุ่งนี้...จะไม่มีแม่แล้ว’  คือการที่เหล่าตัวละครแห่ง ‘บ้านนกกาเหว่า’ เผยปมในอดีตทีละเล็กทีละน้อยออกมา โดยวันนี้จะหยิบยกความน่าสนใจของปม ‘การหลอกตัวเอง’ เพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดในจิตใจ อย่างตัวละครของ ‘พอใจ’ ที่ถูกแม่ทิ้งให้ไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าเพื่อแต่งงานมีชีวิตใหม่...พอใจผู้น่าสงสารก็เที่ยวบอกคนอื่น(รวมถึงตัวเอง)เสมอว่าแม่ยังคงรักและจะพาเธอกลับไปอยู่ด้วย กิริยาเหล่านี้อาจจะเป็นแค่การหลอกตัวเองเพื่อเยียวบาดแผลทางจิตใจขั้นต้น หรืออาจพัฒนาเป็น ‘Pathological Liar’ หรือ อาการหลอกตัวเอง ที่ ‘แอม’ ตัวละครตัวหนึ่งประสบอยู่ก็เป็นได้



ฉากที่แอมเห็นหน้า ‘พัสดุ’ ก็ค่อนข้างกินใจ ตัวแอมเองเข้าใจว่าพัสดุเป็นลูกของเธอจริงๆ เนื่องจากเธอมีอาการ ‘โรคหลอกตัวเองอยู่’....โดยแสดงออกด้วยการโกหก มีการแต่งเติมจินตนาการของตัวเองลงไป คือหลอกทั้งคนอื่นหรือแม้กระทั่งความทรงจำของตัวเอง พร้อมทั้งมีอาการต่อต้านสังคม หรือขาดความเชื่อมั่น เป็นต้น

นักจิตวิทยา Dr.Michele Barton เปิดเผยข้อมูลกับ bustle.com เกี่ยวกับอาการของ Pathological Liar เราจึงขอหยิบยกส่วนหนึ่งมาเผยแพร่แฟนซีรีส์ ‘พรุ่งนี้...จะไม่มีแม่แล้ว’  เผื่อเราจะเข้าใจตัว ‘แอม’ มากขึ้น
 


อาการ Pathological Liar เกี่ยวพันกับความผิดปกติทางบุคลิกภาพอื่นๆ ทั้งโลกซึมเศร้า โรคขาดความมั่นใจ โรคหลงตัวเอง และอาจจะมีรากฐานมาโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) 

พวกเขามีความต่างของระดับของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนกับคอร์ติซอลมากกว่าคนปกติ จึงมักแสดงออกถึงความรุนแรงโดยปราศจากการยั้งคิด 

มักจะโกหกในเรื่องประวัติการรักษา และเรื่องสุขภาพ เพื่อการเรียกร้องความสนใจ 

ที่สำคัญเขาเชื่อแบบฝังลึกว่าสิ่งที่กำลังโกหกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง สร้างจินตนาการของตัวเอง และเชื่อมั่นว่ามันเคยเกิดขึ้น 

หากการโกหกนั้นเกิดขึ้นกับเด็กหรือวัยรุ่น มักจะมีอาการวิตกจริตหรือมีอาการซึมเศร้าปรากฎให้เห็นหลังจากนั้น 

ในวัยผู้ใหญ่ที่เป็น Pathological Liar จะรักษาได้ยากกว่าวัยเด็ก 

อาการที่เกิดขึ้นทำไปเพื่อบรรเทาปมทางจิตที่เปราะบาง รวมถึงการเผชิญความรุนแรงและปัญหาในอดีต (อย่างในเรื่องแอมในเรื่อง เคยสูญเสียลูกไปด้วยอุบัติเหตุ) 

ไม่ว่าเจอกันครั้งแรกหรือครั้งไหนๆ เขาก็พร้อมที่จะโกหกใครต่อใครได้อยู่เสมอ 
 
วิเคราะห์เชื่อมโยงถึงพฤติกรรมของคนปัจจุบัน ขอพูดถึงการแสดงออกในเรื่องใกล้ตัวอย่างการใช้โซเชียลฯ หลายครั้งเราเลือกที่จะเผยให้เห็นแต่ด้านบวกที่คงไว้ซึ่งภาพลักษณ์สวยหรู บางครั้งมีการใช้แอพบิดเบือนหน้าตา รูปร่าง หรือการโพสภาพสถานะทางสังคมที่ก่อให้เกิดการยอมรับ แล้วก็เห็นดีเห็นงามว่านี่คือส่วนหนึ่งของตัวเรา....คำถามคือ เราเป็น Pathological Liar หรือไม่...เรากำลังทำตัวเป็น ’แอม’ ในโลกออนไลน์หรือเปล่า
   

        
ดร. ศรีดา ตันทะอธิพานิชกรรมการผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ชี้แจงข้อมูลในคำถามนี้ว่า เรื่องเหล่านี้หากไม่ก่อให้เกิดการละเมิดใดๆกับใครก็ถือว่าปกติ ทุกคนย่อมอยากได้รับการยอมรับอยู่แล้วทั้งในชีวิตจริงและในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะโลกออนไลน์ที่เอื้อเฝื้อให้เกิดการใช้เครื่องมือ ตกแต่งภาพ ผ่านแอปฯให้ดูสวยงาม หรือโพสท์พรีเซนท์ตัวเองได้โดยง่าย เราเรียกมันว่า ‘ความเป็นจริงเทียม’ (artificial reality) ที่ผู้ใช้มักจะโพสต์แต่เรื่องด้านดีด้านเดียวของชีวิต และหลบซ่อนเรื่องราวแย่ของตัวเอง เพื่อจะถ่ายทอดชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบที่สุด
เคยมี Social experiment การทดสอบทางสังคมของยุโรปที่เอาคนตกงานไร้บ้าน มาตัดผม ใส่สูท กรูมมิ่งให้ดูดี ทำการปรับภาพลักษณ์ใหม่ แล้วถ่ายรูปกับภัตราคาร กับเรื่อยอร์ช โพสต์ลงโซเชียลฯ ทำอยู่ประมาณ 2-3 เดือน ปรากฏว่าเค้ามี Follower เยอะขึ้นหลายหมื่นคน และมีผู้หญิงที่ขอเป็นแฟน ขอนัดเจอเยอะมากหลายร้อยคน การทดสอบอันนี้เขาเพื่อจะดูว่า คนเชื่อข้อมูลข่าวสารหรือภาพลักษณ์ในโลกโซเชียลฯเพียงมิติเดียวแค่ไหน เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องปกติที่คนทั่วไปที่อยากให้คนอื่นรู้สึกดีกับเรา ก็จะเลือกหยิบยก สถานะทางสังคม รูปร่างหน้าตา มาเป็นจุดดึงดูดให้เราได้มีเพื่อน ให้เขามาคบเรา ที่เรารวย เราสวย เราดี เราเก่ง เพื่อเรียกร้องความสนใจอะไรต่างๆนานา เป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ในเรื่องของการได้รับการยอมรับและการมีคุณค่าทางสังคม เพราะฉะนั้นที่ทุกคนทำเพื่อสนองความต้องการดังกล่าว แต่ถามว่ามันคือความปลอมไหม...ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ปลอม’

Digital identity ที่ไม่ใช่รูปร่าง หน้าตา ฐานะ แต่เป็นภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์ หลังจากคุณ โพสต์ คุณแชร์อะไรออกไป ทุกอย่างก็จะส่งผลสะท้อนกับมาหาตัวคุณเองว่าพื้นฐานของคุณเป็นแบบไหน เป็นต้น มันนี้มันก็แสดงออกได้ชัดเจนเช่นกัน

ดังนั้นถ้าหากไม่ใช่ว่ามานั่งโกหก บิดเบือนทุกๆโพสต์ ทุกๆรูป แต่เป็นเพียงการปรับเสริมเติมแต่งให้ดูสวยหล่อ หรือเลือกโพสต์แต่มุมดีๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าเป็น Pathological Liar จัดเป็นเพียงพื้นฐานการต้องการการยอมรับของมนุษย์นั่นเอง

อ้างอิง : https://www.bustle.com/p/11-fascinating-scientific-facts-about-pathological-liars-8259837
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เธอบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากการที่เธอมีปัญหาในการศึกษาเรื่องแฟชั่นที่เหมาะกับคนวัย 64 อย่างเธอ
 
ร่วมเฉลิมฉลองเพื่อนรักสี่ขา ในวัน ‘Kukar Tihar’ พิธีให้เกียรติหมาในเนปาล