ON LOOKER

นักวิทยาศาสตร์เตือน อย่าสั่งพวก 'Night Owls' ให้ทำงานเร็ว

22 ก.พ. 2562
จากงานวิจัยพบว่าสมองของคนทั่วไปจะรู้สึกสดชื่นที่สุดในตอนเช้านั้น จะมีความแตกต่างจากสมองของพวกที่เรียกว่า "นกฮูกกลางคืน" (Night Owls) หรือคนที่ชอบทำงานตอนกลางคืน นักวิทยาศาสตร์เตือนให้นายจ้างคิดใหม่ ในเรื่องการกำหนดวัน เวลา ทำงานมาตรฐาน สำหรับพวกนกฮูกกลางคืน เพราะการบังคับให้นกฮูกมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลากลางวันปกติ หรือ "Morning Lark" อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของสมอง ผลงาน และสุขภาพ โดยปกติแล้วนายจ้างจะออกกฎเวลาของการทำงานให้พนักงานในรูปแบบการกะเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานไม่เพียงแต่มีสุขภาพที่ดี แต่ยังมีประสิทธิผลในการทำงานอีกด้วย แต่การทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น อาจเป็นอันตรายสำหรับบุคคลที่มีความต้องการทางชีวภาพสำหรับรอบการนอนตื่นสาย หรือพวกนกฮูกกลางคืน ผู้เขียนกล่าวไว้โดยงานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Sleep



นักวิทยาศาสตร์เรียกนิสัยของคนที่ชื่นชอบและรู้สึกแอคทีฟตอนเช้า กับคนที่ชื่นชอบและรู้สึกแอคทีฟตอนกลางคืน ว่าฟีโนไทป์ (phenotype) หรือโครโนไทป์ (chronotype) โดยต้องทำการหาจุดเชื่อมโยงต่อการทำงานว่าทำงานอย่างไร ได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งการศึกษาของพวกเขามีผู้เข้าร่วม 38 คน และทั้งหมดถูกขอให้สวมเซ็นเซอร์เพื่อติดตามการพักผ่อน และกิจกรรมเป็นเวลา 13 - 16 วัน น้ำลายของผู้เข้าร่วมถูกรวบรวมในตอนเช้า บ่าย และเย็น เพื่อนำไปทำการทดสอบระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน และคอร์ติซอล ผู้เข้าร่วมถูกจัดให้มีการทดสอบจับเวลาในการตอบคำถามแบบสอบถามที่กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต และความง่วงนอน และการสแกน MRI



ผลการวิจัยพบว่านกฮูกตอนกลางคืนต้องต่อสู้กับเวลา เพราะมีการตอบสนองที่ช้าลงในตอนเช้า และความง่วงนอนในช่วงชั่วโมงของวันทำงานปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อผลงานของพวกเขา แต่หลังเวลาประมาณ 20.00 น. จะมีอาการดีขึ้น ไม่ทนทุกข์ทรมานในการต่อสู้กับความง่วง แต่อย่างไรก็ตามยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อเข้าใจสาเหตุของรูปแบบเหล่านี้

นักวิจัยเชื่อว่าความแตกต่างในการเชื่อมต่อการทำงานของส่วนสมอง ที่เรียกว่าเครือข่ายโหมดเริ่มต้น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำงานของความรู้ ความเข้าใจ และสติ ทำให้อาจอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดคนกลุ่มนกฮูกกลางคืนจึงรู้สึกมีประสิทธิภาพน้อยลง และง่วงนอนในขณะที่พวกเขาควรอยู่ในสภาพดีที่สุด



ดร.Elise Facer-Childs ผู้เป็นผู้นำการวิจัยในขณะที่เธออยู่ที่ศูนย์สุขภาพสมองของมนุษย์ในเบอร์มิงแฮม สหราชอาณาจักร ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่สถาบัน Monash for Cognitive and Clinical Neurosciences ในเมลเบิร์นออสเตรเลีย ได้แสดงความคิดเห็นในแถลงการณ์ว่า “มีคนจำนวนมากที่ต้องดิ้นรน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในช่วงเวลาทำงาน ไม่เหมาะสมตามธรรมชาติ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในทางสังคม ความไม่ตรงกันระหว่างเวลาทางชีววิทยาของบุคคล และเวลาทางสังคม”



ดร.Elise Facer-Childs ยังกล่าวต่ออีกว่าซึ่งส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในรูปแบบเหมือน jet lag ซึ่งเป็นปัญหาทั่วไปสำหรับพวกนกฮูกยามกลางคืน ที่พยายามใช้ชีวิตตามตารางวันทำงานปกติ การศึกษาของเราเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นกลไกเซลล์ประสาทที่แฝงอยู่ข้างหลังสาเหตุที่พวกนกฮูกกลางคืนอาจจะต้องเผชิญกับข้อเสียทางปัญญา เมื่อถูกบังคับให้เข้ากับข้อจำกัดในการใช้ชีวิตในเวลากลางวันเหล่านี้ วันปกติอาจกินเวลาตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น แต่สำหรับนกฮูกกลางคืน นั้นอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลงในช่วงเช้า การเชื่อมต่อของสมองลดลง บริเวณที่เชื่อมโยงกับจิตสำนึก และเพิ่มความง่วงนอนตอนกลางวัน มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีที่เราจะจัดการกับเวลา เราสามารถไปต่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ "



ดร.Andrew Baghaw ผู้เขียนร่วมจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมบอกกับ Newsweek ว่า "แม้ว่าจะมีการศึกษาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความแตกต่างของพฤติกรรมระหว่างโครโนไทป์ แต่ก็มีความเข้าใจน้อยมากเกี่ยวกับระยะเวลาของการนอนหลับที่ส่งผลกระทบต่อสมอง การนอนหลับที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการทำงานของสมองที่ดีที่สุด และหนึ่งในเหตุผลหลักที่เราต้องการการวิจัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าเครือข่ายขิงสมองที่จำเป็นสำหรับความรู้ ความเข้าใจ และสุขภาพจิตที่ดี ได้รับผลกระทบจากความแตกต่างในรูปแบบการนอนหลับระหว่างแต่ละบุคคล โดยงานของเราเป็นก้าวแรกในทิศทางนี้”



ปีที่แล้วผู้เขียนของการศึกษาแยกข้อสรุปว่า นกฮูกกลางคืนควรจะสามารถเปลี่ยนตารางเวลาทำงานของพวกเขา เพื่อปกป้องสุขภาพของพวกเขา การค้นพบที่ตีพิมพ์ในวารสาร Chronobiology International พบว่าเป็นนกฮูกตอนกลางคืน ซึ่งเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของการตาย และอัตราเสี่ยงที่สูงขึ้นในการเกิดโรคบางโรค เช่นโรคเบาหวาน โรคทางจิต และระบบประสาท 

อ้างอิง : https://www.newsweek.com/night-owls-work-mornings-brains-wired-differently-science-1332931
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เหตุเกิดขึ้นที่อิรัก เมื่อมีชายหนุ่มหลายคนถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นจำนวนมาก
 
ทาร์เฮอร์ ได้ใช้สิทธิ์ฟ้องตามกฎหมายว่าด้วยการเลี้ยงดูพ่อแม่ ที่สามารถร้องขอความช่วยเหลือจากลูกที่ไม่ได้เลี้ยงดู