ON LOOKER

นักวิจัยชี้ความวิตกกังวลอาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม

10 พ.ค. 2561
นักวิจัยพบว่าความวิตกกังวลเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการภาวะสมองเสื่อมได้ มีผลงานการวิจัยที่ชี้ว่าความเจ็บป่วยทางจิต อาจส่งผลเกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อมในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ทีมงานที่ University College London และ University of Southampton ได้ค้นพบว่าความกังวลในระดับปานกลางถึงรุนแรงเป็นสารตั้งต้นของภาวะสมองเสื่อม หรืออาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยง ภาวะสมองเสื่อมเป็นคำสำหรับโรคที่มีลักษณะลดลงทางความคิดด้วย Alzheimer's ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้ที่มีอาการมักแสดงอาการหลังจากอายุ 60 ปีตัวเลขล่าสุดของสหรัฐฯในปี 2013 แสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกัน 5 ล้านคนกำลังใช้ชีวิตอยู่กับโรคอัลไซเมอร์ในเวลานั้นคาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 14 ล้านคนภายในปี 2050



สาเหตุของภาวะสมองเสื่อมยังคงไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุ แต่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอายุ พันธุกรรม อาหาร และสิ่งแวดล้อมอาจมีบทบาทสำคัญ ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษาที่มีอยู่กับผู้เข้าร่วมที่รายงานว่ามีความวิตกกังวลระหว่างอายุระหว่าง 30 ถึง 65 ปีทั้งที่เป็นด้วยตัวเอง และเป็นร่วมกับภาวะซึมเศร้า นักวิจัยได้รับทราบจากผู้เข้าร่วมที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะสมองเสื่อมโดยเฉลี่ยอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษหลังจากที่ได้รับการประเมินความวิตกกังวล โดยงานวิจัยนี้มีผู้เข้าร่วมเกือบ 30,000 คน และพบว่าความวิตกกังวลในระดับปานกลางถึงรุนแรงพบว่ามีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมในชีวิตภายหลัง ในขณะที่ความรู้สึกกังวลในสถานการณ์ที่เหมาะสมเป็นเรื่องปกติ ส่วนความผิดปกติของความวิตกกังวล ตื่นตระหนก ในสถานการณ์ปกติที่ไม่มีเรื่องราวอะไรให้หน้ากังวลเกิดขึ้นนั้น ถือเป็นลักษณะความรู้สึกที่ทำให้ชีวิตของคนเราบั่นทอนลง  โดยหากมีอาการรุนแรงอาจส่งผลต่อร่างกาย เช่นอาการวิงเวียนศีรษะและความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ



ดร. นาตาลีมานรองประธานด้านการศึกษา และนักวิจัยอาวุโสของคณะวิทยาศาสตร์สมองมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนกล่าวกับ Newsweek ว่า "ให้ช่วงเวลาที่ยาวนานระหว่างการประเมินภาวะวิตกกังวลและการวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม โดยเฉลี่ยมากกว่า 10 ปี จากผลการวิจัยของเราพบว่าความวิตกกังวลระดับปานกลางถึงรุนแรงในช่วงกลางชีวิตอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างความวิตกกังวลและภาวะสมองเสื่อม และแน่นอนเราไม่ต้องการที่จะสร้างความกังวลมากขึ้นสำหรับคนที่มีอาการอยู่แล้ว คนต้องเผชิญกับความวิตกกังวลในระดับปานกลางถึงรุนแรงมีการรักษาที่สามารถช่วยได้ เช่นบำบัดด้วยการพูดคุย แต่รายังไม่ทราบว่าการรักษาเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อมด้วยหรือไม่ "



ด้าน ดร. เจมส์พิกเค็ตต์หัวหน้าแผนกวิจัยของ Alzheimers's Society ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษากล่าวว่า "ปัจจุบันยังเราไม่ทราบข้อมูลเรื่องความวิตกกังวลว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงของสมองในภาวะสมองเสื่อมหรือไม่”  ส่วนคนคนที่ได้รับการศึกษาในวิทยาลัยพัฒนาภาวะสมองเสื่อมในชีวิตการศึกษาชี้ให้เห็นว่า "สิ่งที่เรารู้คือการเปลี่ยนแปลงในสมองสามารถเริ่มต้นได้มากกว่า 10 ปีก่อนที่อาการของโรคสมองจะเกิดขึ้น เช่นเดียวกับความวิตกกังวลมีปัญหาด้านสุขภาพจิตที่ซับซ้อนอื่น ๆ ที่สามารถมองเห็นได้ในช่วงเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อม และเรายังคงต้องการการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่งนี้
 


" ดร. ซาร่าอิมริซิโอ (Dr. Sara Imarisio) หัวหน้างานวิจัยของ Alzheimer's Research UK ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษากล่าวว่า "ต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจกับกลไกในการสนับสนุนการเชื่อมโยงนี้ และเพื่อดูว่ารูปแบบต่างๆ ของการรักษาความวิตกกังวลสามารถทำได้หรือไม่ และทุกคนที่กังวล ซึ่งเกี่ยวกับสุขภาพจิตของตนควรปรึกษาแพทย์" สำหรับภาวะสุขภาพจิต เช่นความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้รับการเชื่อมโยงกับภาวะสมองเสื่อมก่อน และอาการทับซ้อนกันทำให้การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมยาก การทบทวนนี้ใช้วิธีการที่มีคุณภาพสูงซึ่งรวมผลลัพธ์จากการศึกษาที่มีอยู่สี่ฉบับ เพื่อสำรวจความวิตกกังวลว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมหรือไม่ วิธีนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างความวิตกกังวลในวัยกลางคนกับโรคสมองเสื่อม แต่ความแตกต่างระหว่างการศึกษาในแต่ละครั้งทำให้นักวิจัยไม่สามารถวิเคราะห์ผลได้อย่างแน่ชัด สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าเพียงเพราะมีความเกี่ยวข้องกันระหว่างสองปัจจัยนี้ ไม่ได้หมายความว่าความวิตกกังวลเป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม เธอกล่าวอธิบายเสริมว่าภาวะสมองเสื่อมเกิดจากการผสมผสานของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เรารู้ว่าโรคที่นำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมสามารถเริ่มต้นในสมองได้ถึงยี่สิบปีก่อนที่อาการต่าง ๆ จะเกิดขึ้น "Imarisio กล่าว
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.newsweek.com
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ร้องทุกข์กับทอมก้อง เรื่องสายไฟที่ระโยงระยางระหัว เป็นที่น่ากลัวต่อประชาชนทั่วไป ทั้งยังพันกันยุ่งเหยิง เป็นทัศนียภาพที่ไม่ศิวิไลซ์เอาเสียเลย ร้อนถึงทอมกล้องที่ต้องลงพื้นที่ไปจัดการ โดยพาดาราสาวสุดฮาอย่าง เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้ ผู้เดือดร้อนและมีอารมณ์ร่วมกับปัญหานี้
พ่อที่ได้ช่วยชีวิตลูกชายวัยทารกโดยใช้ทักษะ การทำ CPR ซึ่งเรื่องนี้ได้กระตุ้นให้ผู้อื่นสนใจอยากเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น