ON LOOKER

คุณแม่กับการดูแลสุขภาพหลังคลอด

11 ต.ค. 2561
ถึงแม้ว่าการคลอดบุตรจะเป็นเรื่องของธรรมชาติ มิใช่เรื่องของการเจ็บป่วยแต่อย่างใด แต่เนื่องจากสตรีที่ตั้งครรภ์มักมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายทั้งภายในและภายนอกอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่เริ่มต้นการตั้งครรภ์ จนกระทั่งคลอดบุตร โดยจะมีการขยายตัวของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย แม้กระทั่งผิวหนังก็ยังมีการเปลี่ยนแปลง บางแห่งจะมีสีที่คล้ำขึ้นกว่าปกติ หรือเกิดฝ้าที่ใบหน้า นอกจากนี้ ช่วงเวลาหลังการคลอดบุตรเป็นช่วงที่ร่างกายมีความอ่อนแอ ขาดภูมิคุ้มกัน จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

คุณแม่ที่เพิ่งผ่านการคลอดบุตรมามักจะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว และอาจรู้สึกเจ็บระบมในช่วงวันแรกๆ หลังการคลอด นอกจากนี้ยังอาจรู้สึกไม่คุ้นชินกับรูปร่างหลังคลอดของตนเองที่เปลี่ยนแปลงไป จากหน้าท้องที่ดูเต่งตึงก็เปลี่ยนไปเป็นหน้าท้องที่ดูไม่กระชับเหมือนเคย ขนาดของเต้านมที่ใหญ่ขึ้น ต้นขาอวบขึ้น ซึ่งการบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอหลังการคลอดจะช่วยให้รูปร่างกระชับขึ้นได้

การรักษาความสะอาดของร่างกาย
ถ้าเป็นการคลอดทางช่องคลอดปกติ คุณแม่สามารถอาบน้ำสระผมได้ตามปกติ อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และสระผมได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แต่สิ่งที่ควรระวังสำหรับการอาบน้ำก็คือ อย่าแช่น้ำนานเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย เนื่องจากร่างกายในช่วงหลังคลอดยังอ่อนเพลียอยู่ ส่วนการเข้าห้องน้ำก็ต้องระวังเรื่องการลื่นล้ม เพราะร่างกายอ่อนเพลียที่อาจทำให้คุณแม่หน้ามืดเป็นลมได้ง่าย และควรล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสอวัยวะเพศ เพราะอวัยวะเพศจะมีแผลทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย

ยาบำรุงหลังคลอด
หลังคลอดแพทย์จะให้เฉพาะยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล และให้ยาบำรุงเลือดกลับไปรับประทานที่บ้านเท่านั้น ส่วนยาอื่นๆ นอกเหนือจากที่แพทย์สั่งไม่รับประทานโดยเด็ดขาด หลังการคลอดร่างกายจะเสียเลือดมาก ซึ่งเลือดเหล่านี้มีธาตุเหล็กและแร่ธาตุต่างๆ ดังนั้น ยาที่ให้คุณแม่หลังคลอดจึงเป็นวิตามินรวมหรือวิตามินบีกับธาตุเหล็ก เพื่อทดแทนเลือดที่เสียไปและเพื่อช่วยสร้างน้ำนมให้แก่ลูกน้อย หมอจะสั่งยาบำรุงให้ไปกินที่บ้านอีกอย่างน้อยหนึ่งเดือนครึ่งถึงสองเดือน ถ้าระหว่างคลอดตกเลือดมากก็อาจต้องให้ธาตุเหล็กมากขึ้นหรือนานกว่าในรายปกติ

ดูแลสุขภาพจิตของคุณแม่หลังคลอด
นอกจากการปรับตัวทางร่างกายแล้ว คุณแม่ยังต้องปรับจิตใจให้เข้ากับสภาพของการเป็นแม่ที่สมบูรณ์ด้วย ซึ่งผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ “สามี” ซึ่งจะต้องช่วยดูแลประคับประคองเอาใจใส่ ให้กำลังใจ แสดงความห่วงใยต่อความไม่สบายใจและความกังวลใจของคุณแม่หลังคลอด รวมถึงคอยช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เช่น กิจวัตรประจำวัน การช่วยเลี้ยงดูลูก เพื่อให้คุณแม่ได้มีโอกาสพักผ่อนบ้าง เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.mamaexpert.com/posts/content-911
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
นักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าการค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับไขมันสองชนิดในร่างกายจะสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาโรคอ้วนได้
รายได้ที่ต่ำสุดของแพทย์ก็ยังมีรายได้สูงกว่า 125,700 เหรียญสหรัฐต่อปี