ON LOOKER

คนไร้บ้านมีโอกาสเสี่ยงตายมากกว่าคนทั่วไป

6 ส.ค. 2561
นักวิจัยพบว่าคนไร้ที่อยู่อาศัย แล้วต้องมาอาศัยนอนบนม้านั่งในสวนสาธารณะ ในมุมตรอกซอกซอย และใต้สะพานนั้น มีแนวโน้มที่จะตายมากกว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่พักอาศัย และมีแนวโน้มที่จะตายมากกว่า ประชากรทั่วไปถึง 10 เท่า ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Internal Medicine
 


ในการศึกษาระยะเวลา 10 ปี ของชาย และหญิงที่ไร้บ้านในบอสตันมากกว่า 445 คน ที่รู้จักกันในชื่อว่า “rough sleepers” นักวิจัยพบว่าพวกเขาเหล่านี้มีปัจจัยเสี่ยงในหลายๆ ด้าน เช่นการได้รับบาดเจ็บ และปัญหาสุขภาพ ซึ่งเป็นเหตุของการเพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตมากขึ้น โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้กว่า 130 คนเสียชีวิตก่อนที่การศึกษานี้จะสิ้นสุดลง
 


จากการสำรวจ 30% ของคนไร้ที่อยู่อาศัยที่เสียชีวิต เป็นผลมาจากการใช้สารเสพติด หรือการใช้ยาเกินขนาด ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เสียชีวิต เช่นโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ การดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าระดับปกติ และโรคตับเรื้อรัง  ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด  นักวิจัยกล่าวว่า การวิจัยก่อนหน้านี้ ยืนยันการพบแนวโน้มความทุกข์ทรมานอย่างต่อเนื่องจากโรคทางจิต และการใช้สารเสพติดในกลุ่มผู้ไร้ที่อยู่อาศัย
 


ในการสำรวจสำมะโนประชากรของเมืองบอสตันปีนี้ รายงานว่าอัตราชาย หญิง และเด็กที่ถูกทอดทิ้งมีจำนวน 6,146 คน ซึ่งลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว The Department of Housing and Urban Development reported รายงานว่าเมื่อปีพ. ศ. 2560 บอสตันเป็นเมืองที่มีคนไร้ที่อยู่อาศัยน้อยที่สุดในประเทศ 

 
แต่โดยทั่วไปภายในประเทศมีประชากรที่ไร้ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเกือบ 1 %ในปี 2561 HUD ได้รายงานในรายงานประจำปีโดยประมาณการว่า เฉพาะกลุ่มทหารผ่านศึก เป็นประชากรไร้ที่อยู่อาศัยแบบยืดเยื้อยาวนาน ซึ่งเปรียบเทียบกับประชากรไร้ที่อยู่อาศัยแบบยืดเยื้อทั้งหมด มีมากกว่า 24% และเกือบร้อยละ 70 ของคนไร้ที่อยู่อาศัย ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาตลอดระยะเวลา ในการเป็นคนการไร้ที่อยู่อาศัยของพวกเขา ทางกลุ่มพันธมิตรแห่งชาติเพื่อยุติคนเร่ร่อน กล่าวว่าปัญหาสุขภาพที่มีอยู่ของพวกเขาเป็นการเพิ่มโอกาสของการเสียชีวิต
 


เพื่อป้องกันอัตราการเสียชีวิตของคนไร้ที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ผู้เขียนนำ Jill Roncarati จาก Harvard T.H. Chan School of Public Health แนะนำว่าควรให้มีการใช้ยาฉีดในศูนย์พักพิง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่ในปัจจุบัน หรืออาจจะมีการลดกฎข้อบังคับในศูนย์พักพิงให้น้อยลง ให้คนที่อาศัยในศูนย์พักพิงสามารถฉีด หรือดูดยาเสพติดได้อย่างปลอดภัย ส่วนใหญ่ของศูนย์พักพิงของบอสตันไม่ได้มีกฎข้อบังคับ ผู้พักพิงสามารถทำความต้องการของพวกเขาได้ ระหว่างที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง แต่ที่ศูนย์พักพิงหลายๆ ไม่อนุญาตให้มีการใช้ยาเสพติด ซึ่งมักจะเป็นอุปสรรถต่อผู้ไร้ที่อยู่อาศัยที่ติดยาเสพติด ที่กลัวการที่จะต้องถอนยาเสพติด
 


แนวทางแก้ปัญหาที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ในเรื่องผู้เร่ร่อนเรื้อรังนั้น ตามข้อมูลจาก National Alliance for End Homelessness คือตั้งโครงการขึ้นเพื่อหาที่อยู่อาศัยแบบถาวร เพื่อให้ผู้ที่ไม่มีที่พักอาศัย ได้มีที่อยู่อาศัยในที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และให้ความช่วยเหลือทางการเงินในระยะยาว และมีการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต ซึ่งเป็นโครงการที่จะต้องใช้เวลาในการพัฒนา เพราะจำนวนที่มีจำกัดของศูนย์พักพิงอาศัย ดังนั้น
อาจใช้เวลาหลายปีในการที่จะทำให้โครงการนี้สำเร็จได้
 


กลุ่มผู้ไร้ที่อยู่อาศัยที่ถูกทอดทิ้ง ได้สร้างค่ายพักแรมมากกว่า 300 แห่งในทุกรัฐ ซึ่งประกอบด้วยเต๊นท์รถเทรลเลอร์ และรถยนต์ ซึ่งศูนย์กฎหมายแห่งชาติปี พ. ศ. 2560 รายงานเกี่ยวกับความยากจนพบว่า แม้ร้อยละ 75 จะไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล และต้องเผชิญกับการถูกขับไล่ ก็ยังมีหลายคนที่อาศัยอยู่ใน "เมืองเต็นท์" เป็นเพราะว่าการที่พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ ทำให้พวกเขาสามารถรักษาทรัพย์สินของตนเอง และหลีกเลี่ยงสภาวะที่พักอาศัยที่ขาดแคลนได้ แต่การขาดการมีส่วนร่วมในการดูแลจากรัฐบาลนั้น อาจก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุข และความรุนแรงโดยไม่ตั้งใจได้

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.newsweek.com/unsheltered-homeless-more-likely-die-sleep-shelters-1050470
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เปิดโปงความจริงของอุตสาหกรรมอาหาร...รู้แล้วอาจทำให้คุณ SHOCK!
 
5 คอมโพสิชั่นการถ่ายภาพ ที่รับรองว่ายอดไลก์พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่เลยเจ้าค่ะ