ON LOOKER

การเป็นมังสวิรัติ ไม่ถือว่า ละเว้นชีวิต

17 เม.ย. 2560
นักธรรมชาติวิทยาชาวอาร์เจนตินา Claudio Bertonatti ที่ครั้งหนึ่งในสมัยวัยรุ่น เคยปวารณาตัวเป็นชาวมังสวิรัติตัวยงด้วยความคิดที่ว่า คนกินมังสวิรัติ คือคนที่ละเว้นการทำร้ายทั้งปวงอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง หากแต่ในปัจจุบัน เขาได้แสดงความคิดเห็นกับบทความชื่อว่า The Vegan Confusion หรือ ความเข้าใจผิดของชาวมังสวิรัติ ที่แสดงทัศนคติและความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากสมัยวัยรุ่นอย่างสิ้นเชิง โดย Claudio มีความคิดเห็นใหม่ที่ว่า คุณจะเป็นมังสวิรัติ หรือจะบริโภคเนื้อสัตว์ คุณก็มีส่วนในการฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่ดี
 
การบริโภคแต่พืชพันธุ์ ผัก ผลไม้ ไม่ถือว่าละเว้นการเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่น

การที่เขาเป็นมังสวิรัติ ทำให้ได้ศึกษาเรื่องราวของธรรมชาติมากขึ้น  Claudio ได้เดินทางไปยังแถบชนบทของอาร์เจนตินาเพื่อศึกษาเรื่องราวของสัตว์ป่า เขาได้สังเกตเห็นว่า ไร่และสวนที่มีการปลูกพืชพันธุ์ต่างๆนั้น ไม่มีแม้แต่นกสักตัวที่บินไปมา ไม่ต้องพูดถึงสิ่งมีชีวิตประเภทอื่น หรือถ้าจะมีหลงมาป้วนเปี้ยนแถวนั้นบ้าง ก็เป็นต้องจบชีวิตลงด้วยยาฆ่าแมลงของเหล่าชาวไร่ชาวสวนทั้งนั้น

ผู้คนโดยมากมีความเชื่อที่ว่า การเป็นมังสวิรัติ คือการได้ช่วยปกป้องชีวิตอื่นอย่างหมู วัว ไก่ ปลา หรือสัตว์ที่เราคุ้นเคยในฐานะ “อาหาร” ของมนุษย์ แต่จริงๆแล้ว ลืมไปหรือเปล่าว่าโลกของเรา ยังมีสัตว์อื่นๆที่เราไม่คุ้นชินอีกมาก โดยเฉพาะสัตว์ป่า ที่นับวันมีแต่จะจำนวนลดลงเรื่อยๆ จะด้วยถูกแย่งที่อยู่อาศัยจากชาวไร่ชาวสวน หรือถูกลอบฆ่าด้วยประโยชน์ของมนุษย์ที่แตกต่างออกไป
 
เขาอยากให้ผู้คนเปิดใจมากขึ้น
 
ที่อาร์เจนติน่า ผู้คนยังคงวนเวียนกับการประท้วงการแข่งสู้กระทิง โดยที่ลืมไปหรือไม่ว่า ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ควรได้รับความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกกฎที่เข้มงวด ในการปกป้องพื้นที่ของสัตว์ป่าหวงห้าม และการห้ามล่าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เพื่อที่สัตว์เหล่านั้นจะได้มีที่อยู่ Claudio ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ควรต่อต้านการแข่งสู้กระทิง เขาแค่อยากบอกว่า มันยังมีประเด็นอื่นๆมากที่ควรได้รับความสนใจและใส่ใจ
 
เราไม่คุ้นเคยกับมัน ไม่ได้หมายความว่ามันไม่อยู่ตรงนั้น
 
ผู้คนชาวมังสวิรัติ และผู้คนที่ต่อต้านเสื้อผ้าที่ทำจากหนังสัตว์ ต่างเรียกตัวเองว่า ผู้ปกป้องธรรมชาติ ซึ่ง Claudio บอกว่า นี่คือความใจที่ผิดที่สุด
 
“มันไม่มีหรอกนะ ที่การมีชีวิตรอดของสิ่งมีชีวิตนึงจะไม่ส่งผลต่อการสิ้นชีวิตของอีกสิ่งมีชีวิตนึง”
 
“Zero impact is impossible”
 
เราไม่เอาชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นมาเป็นอาหาร แต่เราก็ยึดเอาพื้นที่อยู่อาศัยของพวกเขาเหล่านั้นมาเป็นพื้นที่เพาะปลูกอาหารให้เราบริโภคอยู่ดี จะโดยทางตรงหรือทางอ้อม เราทุกคน มีส่วนในการทำลายชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นทั้งนั้น
 
แม้ว่านี่คือการยอมรับที่เจ็บปวด แต่มันก็คือความจริงที่ทุกคนต้องรับให้ได้ และเลิกหลอกตัวเองกันเสียที
 
ถ้าจะให้เห็นภาพชัดขึ้นอีก..
ข้าว ธัญพืช ข้าวโพด สิ่งเหล่านี้คืออาหารหลักของการเป็นมังสวิรัติ และถือเป็นพืชพันธุ์ที่อาศัยพื้นที่ในการเพาะปลูกเพื่อให้ได้จำนวนมากพอต่อการบริโภคของผู้คน เราทุกคนมีส่วนก่อกวนและบังคับธรรมชาติ เพื่อที่เราจะมีพื้นที่ทำการเพาะปลูก เริ่มตั้งแต่การเผาป่าเพื่อปรับหน้าดิน ก่อก่วนรังนก บ้านของพวกมันถูกแย่งไป ยังไม่รวมถึงยาฆ่าแมลงจำนวนมากที่ถูกใช้เพื่อขับไล่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่เป็นที่ต้องการของการเพาะปลูก หรือแม้แต่การล้อมรั้วไฟฟ้าจนคร่าชีวิตสัตว์มากมายที่บังเอิญแวะเวียนมาก่อกวนโดยไม่ตั้งใจ
 
ยังไม่รวมถึง การรมควันพื้นที่เพาะปลูกในช่วงเก็บเกี่ยวเพื่อทำลายเชื้อรา แมลง และสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยอื่นๆ พวกมันพยายามที่จะมีชีวิตรอดด้วยการย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ
 
เราทำลายบ้านของพวกมันใช่หรือไม่
 
Claudio ไม่ปฎิเสธว่าการทำฟาร์มเนื้อสัตว์นั้น สิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติกว่าการทำไร่และสวนอยู่มาก แต่ก็อย่างที่บอกไปในตอนต้นว่า ยังไงเสีย เราทุกคนก็ควรจะยอมรับว่า จะมากจะน้อย เราก็มีส่วนในการเข่นฆ่าอยู่ดี ถึงแม้ว่าเราจะไม่บริโภคเนื้อสัตว์เลยก็ตาม
ในความเห็นของนักธรรมชาติวิทยาอย่างเขานั้น เขาไม่คิดว่าเราทุกคน “ควร” จะเป็นมังสวิรัติเพื่อปกป้องโลก และปกป้องสิ่งมีชีวิตอื่น หากแต่เรา ควรใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความหลากหลาย จะบริโภคพืชไร่ พืชสวน หมู เห็ด เป็ด ไก่ ของทะเล หรืออื่นๆ ก็ควรตั้งมั่นในความหลากหลาย เพื่อดำรงไว้ซึ่งระบบนิเวศน์ที่สมดุลของโลก และของเราทุกคน
 
และที่อยากจะย้ำ..
 
 คุณไม่จำเป็นต้องช่วยโลก ด้วยการเป็นมังสวิรัติ
 
แปลและเรียบเรียงจาก
http://www.playground.plus/food/vegans-and-vegetarians-think-they-dont-kill-animals-but-they-do/
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เกษียณก่อนเวลาไม่ได้มีแต่ความสุขอย่างที่ฝัน
7 บทเรียนสำคัญในชีวิตที่หัวหน้าที่ดีจะสามารถมอบให้กับเราได้ ทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว